ระบบจัดเก็บแนวตั้ง Kardex Remstar จาก Store Master
SIEMENS OT Network Cyber Security
auto parts industry 2026 slow recovery household debt

อุตฯ ชิ้นส่วนยานยนต์คาดปี 2569 ฟื้นช้า วอนรัฐใหม่เร่งแก้หนี้ครัวเรือน ปลุกกำลังซื้อในประเทศ

Date Post
14.01.2026
Post Views

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ของไทยในปี 2569 ยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน โดยการฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับกำลังซื้อในประเทศเป็นสำคัญ ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่การส่งออกยังไม่มีสัญญาณขยายตัวชัดเจน ภาคอุตสาหกรรมจึงคาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งออกมาตรการแก้หนี้และกระตุ้นตลาดภายในประเทศอย่างจริงจัง

นายสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมในปี 2569 สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การผลิตเพื่อป้อนโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศ และการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ

ในส่วนของการผลิตเพื่อป้อนโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศ คาดว่าจะขยายตัวตามยอดการผลิตรถยนต์รวม ซึ่งในปี 2569 ประเมินว่าจะอยู่ที่ราว 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 2.7% จากปี 2568 ที่อยู่ระดับ 1.46 ล้านคัน ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการกลับมาผลิตเต็มกำลังตลอดทั้งปีของรถกระบะรุ่นใหม่ Toyota Hilux Revo หลังจากปีก่อนต้องชะลอการผลิตบางช่วงเพื่อระบายสต็อกและปรับเปลี่ยนเครื่องจักร

ขณะที่การส่งออกชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ยังไม่เห็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่มูลค่าประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่รวมมูลค่ายางรถยนต์ สะท้อนแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดต่างประเทศ

สำหรับความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุพจน์มองว่า ประเด็นเร่งด่วนที่สุดคือการฟื้นกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งยังถูกกดดันอย่างหนักจากปัญหาหนี้ครัวเรือน หากภาครัฐสามารถผลักดันมาตรการช่วยให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงมาอยู่ในระดับ 82–83% ตลาดรถยนต์ในประเทศจะมีโอกาสฟื้นตัวได้ชัดเจนขึ้น

มาตรการที่ภาคอุตสาหกรรมคาดหวัง เช่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และกระตุ้นการซื้อรถยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งที่มักมีความต้องการใช้รถกระบะเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ

อีกประเด็นสำคัญคือการสนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ทั้งในรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีค่ายรถจากจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยยังเผชิญปัญหาการแข่งขันด้านต้นทุน เนื่องจากขาดวัตถุดิบต้นน้ำ และไม่สามารถแข่งขันกับขนาดการผลิตของจีนที่มี Economy of Scale สูงได้

นายสุพจน์ชี้ว่า ตลาดรถยนต์ไทยมีกำลังผลิตประมาณ 1.5 ล้านคันต่อปี ขณะที่จีนผลิตได้มากถึง 25 ล้านคัน ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ภาคอุตสาหกรรมจึงคาดหวังให้ภาครัฐมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อช่วยรักษาการจ้างงานและความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไทย

ขณะเดียวกัน รถยนต์ไฮบริดและ Mild Hybrid ถูกมองว่าเป็นอีกกลุ่มที่ยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง หลังจากขยายตัวดีในช่วงปี 2567–2568 และในปี 2569 ยังได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ทำให้รถยนต์ในสองกลุ่มนี้ยังคงเป็นตลาดที่น่าจับตาสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย

✦ มุมมองในภาคอุตสาหกรรมของทาง MM Thailand

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากตลาดเครื่องยนต์สันดาปสู่ยุคไฮบริดและ EV แต่การเปลี่ยนผ่านจะเดินหน้าได้ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับกำลังซื้อในประเทศและนโยบายรัฐเป็นหลัก การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงไม่ใช่เพียงประเด็นสังคม แต่เป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม หากรัฐสามารถออกมาตรการกระตุ้นที่เชื่อมโยงกับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยประคองผู้ผลิตไทยให้ปรับตัวและรักษาบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้ในระยะยาว


ที่มาข่าว : ฐานเศรษฐกิจ

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Wilipda On Aiad
Content Creator ที่ชอบเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ และสร้างคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ และเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
Super Source-E-market place สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม
Webinar Semiconductor