Thai NS Solution
Thai NS Solution
bess battery energy storage thailand

BESS คือระบบที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมโลก

Date Post
16.10.2025
Post Views

BESS หรือ Battery Energy Storage System คือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในโรงงานและภาคอุตสาหกรรม ระบบพลังงานสำรองนี้ไม่ได้แค่สำรองไฟฟ้าเมื่อไฟดับเท่านั้น แต่ยังช่วยบริหารจัดการพลังงาน ลดค่าไฟฟ้า และรองรับการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ

ตลาด ‘Battery Storage โรงงานทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็วถึง 54%’ ในครึ่งแรกของปี 2025 โดยมีการติดตั้งระบบรวม 86.7 GWh เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ตัวเลขนี้จะเป็นการเติบโตในระดับโลก แต่ไทยก็กำลังก้าวตามอย่างแข็งแกร่งด้วยนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมพลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2065

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เริ่มก่อสร้างโครงการ BESS ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในจังหวัดลพบุรี ขนาดความจุ 150 MWh ในไตรมาสแรกของปี 2025 โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2026

แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2024) ‘กำหนดเป้าหมายให้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 51% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2037’ เพื่อรองรับเป้าหมายนี้ แผนดังกล่าวระบุความจำเป็นในการติดตั้ง BESS รวม 10,000 MW นอกจากนี้ ในปี 2022 รัฐบาลได้มอบสิทธิ์ให้กับ 24 โครงการที่มีองค์ประกอบของ BESS รวมกำลังการผลิต 994 MW

Thailand Lab International 2026

ต้นทุนที่ลดลงอย่างมหาศาล

การลดลงของต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BESS เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับภาคอุตสาหกรรม องค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (IRENA) ‘รายงานว่าต้นทุนการติดตั้งระบบ BESS ลดลง 93% ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2024 จากเดิม 2,571 เหรียญสหรัฐเหลือเพียง 192 เหรียญสหรัฐต่อ kWh’

ที่น่าสนใจคือระหว่างปี 2023 และ 2024 เพียงปีเดียว ต้นทุนลดลง 38% สำหรับระบบที่เก็บพลังงานได้ 2 ชั่วโมง และลดลง 32% สำหรับระบบ 4 ชั่วโมง ในปี 2025 ราคาระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่อยู่ในช่วง 200-400 เหรียญสหรัฐต่อ kWh (ประมาณ 7,000-14,000 บาท) ทำให้โรงงานสามารถคำนวณระยะเวลาคืนทุนได้ชัดเจนขึ้น

การลดต้นทุนนี้เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การผลิตในวงกว้างจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น และห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดค่าไฟฟ้าโรงงานด้วย Peak Shaving

ระบบ BESS ช่วยลดค่าไฟฟ้าโรงงานผ่านกลยุทธ์ Peak Shaving ซึ่งเป็นการลดความต้องการไฟฟ้าในช่วงเวลาที่อัตราค่าไฟสูงสุด โรงงานสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในช่วง Peak Hour แทนการซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าในราคาแพง จากนั้นจึงชาร์จแบตเตอรี่กลับในช่วงที่อัตราค่าไฟฟ้าต่ำกว่า

จากกรณีศึกษาของโรงงานที่ใช้ Peak Shaving พบว่าสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่า 12% ในบิลค่าไฟฟ้ารายเดือน นอกจากนี้ระบบยังช่วยรักษาคุณภาพไฟฟ้าให้คงที่ ป้องกันความเสียหายจากไฟฟ้าตก-ไฟฟ้าเกิน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่อุตสาหกรรม

ระยะเวลาคืนทุนสำหรับการติดตั้ง BESS ในโรงงานอยู่ที่ประมาณ 5-8 ปี เมื่อรวมการลดค่าไฟฟ้า การใช้เงินอุดหนุนจากภาครัฐ และโอกาสในการสร้างรายได้จากตลาดปรับความต้องการไฟฟ้า (Ancillary Service Market)

การผสานระบบโซลาร์เซลล์กับแบตเตอรี่เป็นโซลูชันที่สมบูรณ์แบบสำหรับโรงงานที่ต้องการพึ่งพาพลังงานสะอาด เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะในเวลากลางวันเท่านั้น แต่โรงงานหลายแห่งต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การมีระบบกักเก็บพลังงานจึงช่วยให้ใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้แม้ในเวลากลางคืนหรือช่วงที่ค่าไฟฟ้าสูง

รายงานจาก Ember ระบุว่าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานสามารถช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของไทยได้ ระบบ Battery Storage โรงงานทำงานโดยรับพลังงานส่วนเกินจากโซลาร์เซลล์มาเก็บไว้ในช่วงกลางวันที่ผลิตได้มากกว่าการใช้ แล้วปล่อยพลังงานออกมาใช้ในช่วงที่ต้องการ

กฟผ. กำลังพัฒนาระบบ Flexible Grid โดยการติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานและผสานกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower) เพื่อลดความผันผวนและรักษาเสถียรภาพของระบบ

เทคโนโลยี LFP ครองตลาดอุตสาหกรรม

แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) กลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับ BESS ในภาคอุตสาหกรรม โดยส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 48% ในปี 2021 เป็น 85% ในปี 2024 ความนิยมนี้เกิดจากข้อได้เปรียบหลายประการ ได้แก่ ต้นทุนที่ต่ำกว่า อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และความปลอดภัยที่สูงกว่าเคมีลิเธียมไอออนชนิดอื่น

แบตเตอรี่ LFP สามารถทำงานได้มากกว่า 3,000 รอบในสภาวะปกติ และในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสามารถทำงานได้มากกว่า 10,000 รอบ เทียบกับแบตเตอรี่ NMC (Nickel Manganese Cobalt) ที่รองรับเพียง 1,000-2,300 รอบ หมายความว่า LFP มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 10 ปีในการใช้งานอุตสาหกรรม

ในไทย บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานหลายรายเริ่มนำเสนอโซลูชัน LFP สำหรับอุตสาหกรรม เช่น Delta Electronics ที่พัฒนาตู้คอนเทนเนอร์แบตเตอรี่ LFP สำหรับระบบกักเก็บพลังงานขนาดโครงข่ายไฟฟ้าและอุตสาหกรรมขนาดกลางถึงใหญ่ นอกจากนี้ Banpu NEXT ร่วมกับ Durapower เปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี ซึ่งผลิตแบตเตอรี่ทั้ง NMC และ LFP ด้วยกำลังการผลิต 15,000 แพ็คต่อปี

ไทยกำหนดเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 เป้าหมายเหล่านี้กำลังผลักดันให้โรงงานต่างๆ เร่งลงทุนในระบบพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน อุปสงค์ไฟฟ้าของไทยคาดว่าจะเติบโต 5.0-6.0% ต่อปีตั้งแต่ปี 2025 ถึง 2027 การเติบโตนี้ต้องการระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ยืดหยุ่นและมีเสถียรภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าเป้าหมาย BESS ขนาด 10,000 MW ในแผน PDP 2024 อาจไม่เพียงพอต่อการรองรับพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าอาจต้องการระบบกักเก็บพลังงานมากกว่านี้ถึง 3-4 เท่า เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสำเร็จอย่างแท้จริง หากไม่มี BESS เพียงพอ ประเทศยังคงต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้า

การลงทุนใน Battery Storage โรงงานไม่ใช่แค่การลดต้นทุนพลังงาน แต่เป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว โรงงานที่มีเป้าหมาย Net Zero ใช้ระบบพลังงานสำรองเป็นหลักฐานแสดงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับใบรับรอง ESG และตอบโจทย์ลูกค้าต่างประเทศที่ต้องการซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยต้นทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุน BESS กำลังกลายเป็นโซลูชันหลักสำหรับโรงงานไทยที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดต้นทุน และก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน


Source : IRENA, EGAT, Ember Energy, Krungsri Research

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Pisit Poocharoen
Former field engineer seeking to break free from traditional learning frameworks. อดีตวิศวกรภาคสนามที่ต้องการหลุดออกจากกรอบการเรียนรู้แบบเดิม ๆ
Thailand Lab International 2026