ISCAR-Maxout
Yaskawa
GPSC เผยผลประกอบการ Q1
GPSC เผยผลประกอบการ Q1

GPSC เผยผลประกอบการ Q1/65 รายได้โต 64%

Date Post
09.05.2022
Post Views

GPSC แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/65 รายได้เพิ่ม 64% กำไรลดลงจากปัจจัยหลักต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง ทั้งก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ขณะที่ปัจจัยหนุนจากโรงไฟฟ้า IPP ที่ทำรายได้และมาร์จิ้นเพิ่ม เตรียมรับรู้รายได้เพิ่มหลัง กกพ. ปรับค่า Ft  ใหม่มีผลรอบเดือนพฤษภาคมนี้ 

GPSC เผยผลประกอบการ Q1

นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2565 ว่า บริษัทฯ มีรายได้ทั้งสิ้น 27,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรสุทธิ 313 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 84%  และเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2564  (QoQ )  ปรับตัวลดลง 855 ล้านบาท หรือ ลดลง 73% 

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานในส่วนของกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลงจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากสถานการณ์ความขัดแยงระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้มาร์จิ้นจากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง แม้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ส่วนปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลดลงเล็กน้อย  

โมเดลธุรกิจ MACHINE SUBSCRIPTIONS อาจมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 60 เท่า | Factory News EP.8

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับปัจจัยบวกจากผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ที่สามารถทำรายได้และมาร์จินเพิ่มขึ้น จากการรับรู้รายได้ของค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบที่เพิ่มขึ้น ตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้บันทึกรับรู้กำไรสุทธิหลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง จำนวน  592 ล้านบาท จากการขายหุ้นทั้งหมด ของบริษัท อิจิโนเซกิ โซล่า พาวเวอร์1 จีเค (ISP1) ให้กับบริษัท CES Iwate Taiyoko Hatsudensho GK แล้วเสร็จ 

Thailand Lab International 2026

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากการทำแผน Synergy ควบรวมกิจการ หลังหักภาษีรับรู้มูลค่า จำนวน 483 ล้านบาท เป็นผลจากการบริหารจัดการการผลิตร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนตั้งแต่ในด้านการใช้โครงข่ายไฟฟ้า-ไอน้ำ การบริหารส่วนการพาณิชย์ด้านต้นทุนการผลิต การขยายฐานลูกค้า การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต และการบริหารจัดการหุ้นกู้ เป็นต้น

นายวรวัฒน์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นในระดับสูง จากความไม่สงบระหว่างรัสเซีย–ยูเครน ส่งผลต่อราคาพลังงานในตลาดโลก ที่สะท้อนต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำทั้งระบบ ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีการประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) 2 ครั้ง จาก -15.32 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ก็ตาม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้บริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตหรือ Optimization เพื่อให้การเดินเครื่องมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการสร้างความมั่นคงในระบบการผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งมอบและไอน้ำให้กับลูกค้าทุกกลุ่มให้ได้ตามสัญญาอย่างต่อเนื่อง

และหลังจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำของโรงไฟฟ้าต่างๆ จะกลับเข้ามาสู่ระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศและภาคการผลิต ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ในการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา โดยยกเลิก Test & Go ปรับ Thailand pass ในการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งขณะนี้ความพร้อมของโรงไฟฟ้าโกลว์ พลังงาน ระยะที่ 5 ได้กลับมาเดินเครื่องตามปกติตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2565 โดยอยู่ระหว่างดำเนินการด้านประกันภัยที่ยังคงเหลือ ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้ทั้งหมดได้ในปี 2565 ส่วนโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันได้กลับมาเดินเครื่องตามปกติแล้วเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถการผลิตไฟฟ้าโดยรวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 

นอกจากนั่นบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยความร่วมมือในกลุ่ม ปตท. และนอกกลุ่ม ปตท. โดยเมื่อเร็วๆนี้  บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GRSC) ที่ GPSC ถือหุ้น 100%  ได้มีการชำระค่าหุ้นของ Avaada Energy Private Limited (AEPL) รวมเป็นจำนวนเงิน 1,875 ล้านรูปีอินเดีย หรือเทียบเท่า 841 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 41.62 %เป็น 42.93 % ของทุนทั้งหมดของ AEPL เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติโอนสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับธุรกิจแบตเตอรี่ ให้แก่ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (NUOVO PLUS) ซึ่งเป็นการร่วมทุนที่ GPSC ถือหุ้น 49% และบริษัท อรุณพลัส จำกัด (ARUN PLUS) ถือหุ้น 51% โดย GPSC จะเข้าไปดำเนินการการพัฒนา การขาย และการลงทุนในธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ในอนาคต ผ่าน NUOVO PLUS ประกอบด้วย โรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงานกำลังการผลิตเริ่มต้น 30 MWh ต่อปี ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง และ หุ้นสามัญร้อยละ 100 ในบริษัท GPSC-SG Holding Company ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือหุ้น 11.1% ในบริษัท Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd. สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประกอบธุรกิจโรงงานผลิตแบตเตอรี่กำลังการผลิต 1 GWh ต่อปี รวมถึง สัญญาและข้อตกลงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ EV ตามนโยบายภาครัฐและกระแสโลกสู่พลังงานสะอาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Nichaphan W.
PR สายสื่อสาร | กลยุทธ์คมกริบ | อัปเดตเทคโนโลยีอุตฯ 24/7 ขับเคลื่อนองค์กรเติบโตยั่งยืน ด้วย Strategic Comms & Data-Driven Insights - ติดต่อประชาสัมพันธ์: [email protected]
ISCAR-Maxout
Webinar อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง