Thai NS Solution
THECA26

พลังงานมอเตอร์ไฟฟ้าสำคัญแค่ไหนในโลก?

Date Post
30.06.2026
Post Views

ปัจจุบันตลาดมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากกระแส Electrification หรือการเปลี่ยนระบบต่าง ๆ จากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่ไฟฟ้า ซึ่งข้อมูลล่าสุดโดย grandviewreserch.com พบว่า ปัจจุบันตลาดมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และยังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของโรงงานอัจฉริยะ รถยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด  

หากพลังงานสะอาด คือ อนาคตของโลก “มอเตอร์ไฟฟ้า” ก็เปรียบเหมือนหัวใจของระบบทั้งหมด เพราะทุกการหมุน การสูบ การขับเคลื่อน และระบบอัตโนมัติ ล้วนต้องใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกลไกหลักทั้งสิ้น

คำถามสำคัญในเวลานี้ คือ วันนี้โลกผลิตมอเตอร์ไฟฟ้ากันที่ไหนบ้าง? ใครใช้มากที่สุด? และประเทศไทยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แค่ไหน? 

จับตา “จีน” ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก

หากพูดถึงกำลังการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าของโลกจากข้อมูล The Washington Post ได้มีการระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือครองสัดส่วนตลาดมอเตอร์ไฟฟ้ามากที่สุดโดยมีสัดส่วนการผลิตของโลกราว 45 – 47% ของตลาดทั้งหมด โดยเฉพาะ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ ซึ่งกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมนี้  

Thailand Lab International 2026

เมื่อพูดถึงประเทศที่มีการผลิตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศจีนที่ไม่ได้เป็นผู้เล่นด้านการมีโรงงานผลิตรถ EV หรือแบตเตอรี่ของโลกที่น่าจับตามองเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้ารายใหญ่อีกด้วย เนื่องจากจีนมี Supply Chain ที่ครบเกือบทั้งระบบ ตั้งแต่วัตถุดิบแม่เหล็กหายาก (Rare Earth), ทองแดง, เหล็กไฟฟ้า ไปจนถึงโรงงานผลิตมอเตอร์ระดับโลก รวมถึงจีนยังเป็นตลาด EV ที่ใหญ่สุดในโลกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจีนจึงโดดเด่นด้านการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า

เมื่อมาดูฝั่งผู้เล่นรองลงมาอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก็มีความโดดเด่นในเรื่องการผลิตมอเตอร์ไม่แพ้กัน แต่ใน 2 ประเทศนี้จะเน้นไปที่การผลิตด้านมอเตอร์คุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ และระบบ Automation ขณะที่ทางฝั่งยุโรปอย่างประเทศเยอรมนีมุ่งไปที่การผลิตมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหนักและ Smart Factory

ธุรกิจอะไรใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามากที่สุด?

ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนอาจคิดว่า รถยนต์ไฟฟ้า คือ ผู้ใช้มอเตอร์รายใหญ่ที่สุด แต่ในความจริงแล้ว ภาคอุตสาหกรรม (Industrial Machinery) ยังคงเป็นผู้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของตลาดทั้งหมด ซึ่งธุรกิจที่ใช้มอเตอร์จำนวนมากที่สุด แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก 5 ประเภท ได้แก่

1. โรงงานอุตสาหกรรม

  • ระบบปั๊มน้ำ
  • Compressor
  • Conveyor
  • แขนกล Robot
  • เครื่องจักรผลิตสินค้า

2. ระบบทำความเย็นและ HVAC

  • อาคาร 
  • โรงพยาบาล 
  • ห้าง 
  • Data Center (ใช้มอเตอร์ในระบบปรับอากาศจำนวนมหาศาล)

3. พลังงานสะอาด

  • กังหันลม
  • ระบบ Solar Tracking
  • ระบบจัดการแบตเตอรี่

4. รถยนต์ไฟฟ้า (EV) 

  • รถยนต์ EV 

5. Smart Agriculture

  •  ระบบสูบน้ำ
  •  ปั๊มน้ำเกษตร 
  • โรงเรือนอัจฉริยะ 
  • Cold Storage ต่าง ๆ

เมื่อมาดูกลุ่มผู้เล่นแต่ละประเภทอย่างรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นับว่าเป็นผู้ใช้มอเตอร์รายใหญ่ที่สุดที่โตเร็วที่สุด และมอเตอร์ไฟฟ้าถือเป็นหัวใจหลักเพราะรถยนต์ไฟฟ้าทำงานด้วยระบบขับเคลื่อนรถ EV รวมถึงระบบ Cooling แบตเตอรี่ และ HVAC ภายในรถ

ขณะที่กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial Manufacturing) จัดเป็นกลุ่มผู้ใช้มากที่สุดในโลก เนื่องจากกลุ่มนี้มีการใช้เพื่อลดค่าไฟโรงงานผ่านระบบควบคุมมอเตอร์อัจฉริยะ และบริหารจัดการในรูปแบบโรงงานอัจฉริยะ ยกตัวอย่าง Amazon ที่มีการนำมอเตอร์ไฟฟ้าไปใช้ในการจัดการระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ระบบขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการนำ Robotics และสายพานลำเลียงมาใช้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นการพึ่งพาระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสิ้น

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งโลกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม มอเตอร์ไฟฟ้าก็ยิ่งมีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน เพราะมอเตอร์ไฟฟ้า คือ กลไกที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นการทำงานจริงและพลังงานสะอาด ซึ่งจะไม่มีความหมายเลย หากไม่มีเครื่องจักรที่ใช้พลังงานนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือพูดอีกเหตุผลหนึ่ง คือ ต้นทุน ปัจจุบันโรงงานทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาค่าไฟ ค่าเชื้อเพลิง และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มหันมาใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงมากขึ้น โดยเฉพาะระบบที่เชื่อมกับ Inverter หรือ Variable Speed Drive (VSD) ซึ่งช่วยให้เครื่องจักรใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น ไม่ทำงานเกินกำลัง และช่วยลดต้นทุนพลังงานได้มหาศาล

แล้วไทยอยู่ตรงไหนของตลาดโลก?

เมื่อมองมาที่ประเทศไทยกับตลาดโลกวันนี้ ไทยอาจจะยังไม่ได้อยู่ในเบอร์ต้น ๆ ของผู้นำโลกด้านมอเตอร์ไฟฟ้าแต่กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ (Transition Point) เปลี่ยนจากผู้ใช้ขนาดใหญ่ไปสู่ฐานการผลิตบางส่วนของ Supply Chain พลังงานสะอาด และ EV พูดง่าย ๆ ก็คือไทยยังไม่ได้เป็นประเทศเจ้าของเทคโนโลยีมอเตอร์ระดับโลกแบบจีน ญี่ปุ่น หรือเยอรมนี แต่เป็นฐานผลิตและประกอบ (Manufacturing Base) ที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรในอาเซียน ซึ่งกำลังต่อยอดไปสู่ EV และระบบไฟฟ้า

หากมองจากจุดแข็งของไทยที่มี คือ การมีฐานการผลิตรถยนต์เดิมที่แข็งแรงทั้ง Supplier ชิ้นส่วน โลจิสติกส์ และแรงงานฝีมือ ทำให้ค่ายรถจำนวนมากเลือกใช้ไทยเป็นฐานผลิต EV สำหรับภูมิภาค เช่น BYD, Changan Automobile, Hyundai Motor Company และ Mazda เป็นต้น

เมื่อมีหลายบริษัทเริ่มลงทุนผลิต EV ในไทย ก็หมายความว่า ความต้องการมอเตอร์ไฟฟ้าจะโตตามไปด้วย ทั้งในระบบของรถยนต์ ระบบ Inverter ระบบ Cooling ตลอดจนระบบอัตโนมัติภายในโรงงานผลิต ในขณะเดียวกันไทยก็ยังมีอุปสรรคอยู่มาก เช่น การติดกับดักรับจ้างผลิต หรือขาด Ecosystem ครบแบบจีน ที่สำคัญไทยยังไม่มีบุคลากรด้าน Deep Tech มากพอในการป้อนตลาดแรงงานอุตสาหกรรมนี้ และเมื่อเปรียบเทียบกับจีนที่มีระบบครบวงจร ประกอบกับต้นทุนที่ต่ำกว่า จึงทำให้ไทยยังตามจีนหลายช่วงตัว

ดังนั้น คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าจะถามว่า “ไทยจะผลิตมอเตอร์ได้ไหม” แต่คือไทยจะขยับจากประเทศที่ใช้มอเตอร์ไปเป็นประเทศที่สร้างมูลค่าจากมอเตอร์ได้มากแค่ไหน?

หากทำได้ เกมพลังงานสะอาดของไทยอาจไม่ได้อยู่แค่รถ EV แต่อาจจะไปไกลถึงด้าน Smart Factory, Smart Farm และอุตสาหกรรมสีเขียวทั้งระบบก็เป็นได้

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Modern Manufacturing
  นำเสนอข่าวสารความรู้รอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต เพื่ออุตสาหกรรมไทยก้าวหน้าด้วยวิทยาการสมัยใหม่และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
Super Source-E-market place สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม
Webinar-สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA)