ทุกวันนี้คำว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ Industry 4.0 เป็นคำที่ได้พบเห็นบ่อยครั้ง แต่ก่อนที่จะเกิดครั้งที่ 4 ขึ้นได้นั้นมีความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 นั้นเป็นอย่างไรและเกิดขึ้นที่ไหน MMThailand นำทุกท่านไปรู้จักกับต้นกำเนิดของการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งเริ่มต้นในประเทศอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 18 กันครับ
อะไรคือ ‘การปฏิวัติอุตสาหกรรม’ ?
การปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือ Industrial Revolution หมายถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เรียกว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่การทำงาน ความคิด ค่านิยม และความเคยชินต่างๆ ถูกท้าทายผ่านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขค้น โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกนี้เริ่มต้นขึ้นในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกเป็นผลจากการใช้เครื่องจักรไอน้ำเข้ามาช่วยในการผลิต การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 เป็นผลจากการมีกระแสไฟฟ้าใช้ การเกิดขึ้นของระบบสายพานการผลิตเป็นผลให้เกิดการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 เป็นผลจากการใช้คอมพิวเตอร์และระบบออโตเมชันในการผลิต และการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นผลจากระบบ Cyber Physical หรือระบบไซเบอร์-กายภาพ โดยมีเทคโนโลยีด้านระบบเครือข่ายเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมขึ้นนั้นจะมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน และการเปลี่ยนผ่านนี้เองก็จะมาพร้อมกับความกังวลของผู้คนเสมอ เช่น ความกังวลที่ว่า ‘เครื่องจักรจะมาทดแทนคน’ ซึ่งเราจะเห็นคำถามนี้ได้ตั้งแต่การมาถึงของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในครั้งแรกจนกระทั่งยุคปัจจุบัน
เหตุใดอังกฤษจึงเป็นชาติแรกที่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม?
การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือ จุดเริ่มต้นของความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรของอังกฤษที่ทำให้ยุคสมัยหนึ่งได้กลายเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลก สิ่งที่ก่อให้เกิดเชื้อไฟแห่งการปฏิวัติครั้งนี้ คือ ‘ความต้องการด้านพลังงาน’
เมื่อพลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการหุงหาอาหารหรือการทำงานต่างๆ เช่น การตีเหล็ก ไม้จึงเป็นแหล่งเชื้อเพลิงยอดนิยมอันดับแรกนับตั้งแต่อดีตกาล แต่การตัดไม้และการขนส่งจากระยะทางที่ไกลทำให้มีราคาสูงทำให้ผู้คนเริ่มค้นหาวัตถุดิบเชื้อเพลิงใหม่ ซึ่งถ่านหินกลายเป็นคำตอบที่เหมาะสมเนื่องจากอังกฤษสามารถทำเหมืองขุดเจาะได้ง่าย แต่ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้น คือ การขุดเหมืองยิ่งขุดลึกเท่าไหร่ยิ่งทำให้น้ำท่วมได้ง่ายทำให้ Thomas Newcoman ได้คิดค้นเครื่องสูบน้ำออกจากเหมืองโดยใช้ไอน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและส่งผลให้เกิดแหล่งเชื้อเพลิงราคาถูกขึ้น
นอกจากนี้ในยุคดังกล่าว แนวคิดทางวิทยาศาสตร์มักถูกปิดกั้นจากโบสถ์ในยุโรป แต่ไม่ใช่ในอังกฤษที่ซึ่งสามารถค้นคว้า ตั้งคำถามและหาคำตอบได้ ส่งผลให้อังกฤษเป็นแหล่งความรู้และก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ สนับสนุนให้เกิดสังคมของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่แลกเปลี่ยนและคิดค้นสิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้เกี่ยวพันกับความก้าวหน้าในเรื่องอื่นด้วยเช่นกัน อาทิ ความก้าวหน้าทางระบบการเงินที่ทำให้ผู้คนกล้าลงทุน การเพิ่มจำนวนของประชากร และประเด็นของการเดินทางถือเป็นอีกปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะถนนหนทาง แม่น้ำ คลอง ที่ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและค่าใช้จ่ายสำหรับการขนส่ง เมื่อรวมความรู้เข้ากับแหล่งทรัพยากรราคาถูกทำให้เกิดความสามารถในการลงทุนพัฒนาสิ่งต่างๆ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร?
จากการขยายตัวของจำนวนประชากรส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจเสื้อผ้าและสิ่งทอซึ่งในเวลานั้นเป็นการผลิตด้วยมือ เมื่อดีมานด์สูงขึ้นแต่ความสามารถในการผลิตเท่าเดิม การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจึงเกิดขึ้นที่ธุรกิจสิ่งทอก่อน เช่น การคิดค้นเครื่องทอผ้า Spinning Jenny ที่เริ่มมีระบบกลไกเข้ามาช่วยในการทำงานซึ่งยังคงใช้แรงคนเป็นหลัก
ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลหะถือเป็นอีกส่วนสำคัญ ด้วยการใช้งานโลหะในกลุ่มการเกษตรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้การผลิตชิ้นส่วนโลหะมีความก้าวหน้าขึ้นทำให้สามารถผลิตโลหะที่มีคุณภาพและความทนทานเพิ่มสูงขึ้น คุณภาพของโลหะนี้ส่งผลต่อมายังการพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำซึ่งภายหลังการคิดค้นของ Newcomen แล้ว James Watt ได้พัฒนาระบบลูกสูบในกระบอกเพื่อทำให้เกิดแรงดันที่มากขึ้น เป็นการยกระดับเครื่องจักรไอน้ำเดิม
การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและความก้าวหน้าเทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการเมืองของอังกฤษในช่วงเวลานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชวงศ์อังกฤษที่เห็นความสำคัญ ความมั่งคั่ง และผลกระทบที่เกิดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เกิดความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรม: เศรษฐกิจ ชนชั้น และอนาคต
เครื่องจักรไอน้ำส่งผลต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอโดยตรง โดยแรกเริ่มโรงงานจำเป็นต้องตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องจักรได้จนกระทั่งมีการพัฒนาระบบ ‘โรตารี่ (Rotary)’ ขึ้นมาทำให้การใช้งานเครื่องจักรไอน้ำไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ริมแม่น้ำอีกต่อไป

ภาพตัวอย่างการทำงานของเครื่องจักรไอน้ำ
การมาถึงของเครื่องจักรไอน้ำนั้นส่งผลกระทบในวงกว้างของสังคมนอกเหนือจากงานอุตสาหกรรม ในด้านการขนส่งนั้นระบบขนส่งทางรางซึ่งแต่เดิมใช้ม้าลากไปบนรางเหล็กได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นการใช้งานหัวรถจักรไอน้ำเข้ามาแทนที่ซึ่งต่อมาได้รับความนิยมและระบบรางได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ
การมาถึงของการปฏิวัติอุตสาหกรรมส่งผลให้เกิดระบบทุนนิยมแบบตลาดเสรีขึ้นทำให้การค้าขายคึกคักและเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การปฏิวัติอุตสาหกรรมยังก่อให้เกิดชนชั้นใหม่ขึ้นในสังคม ‘ชนชั้นแรงงาน’ ส่งผลต่อความแตกต่างระหว่างชนชั้นที่มากขึ้น ความแตกต่างที่เพิ่มขึ้นซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตลาดเสรีทำให้เกิดแนวคิดการต่อต้านชนชั้นและยกย่องเหล่าแรงงานขึ้นมา โดยมีบุคคลสำคัญสำหรับแนวคิดนี้ คือ Karl Marx
การล่าอาณานิคมนั้นเป็นผลจากการเติบโตและพัฒนาของการปฏิวัติอุตสาหกรรมเช่นกัน เนื่องจากความต้องการในการเปิดตลาดการค้าและการค้นหาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งการหาทาสมาเพื่อเป็นแรงงานในการทำงาน โดยประเทศใต้อาณานิคมจะถูกครอบงำทั้งทางด้านภาษา วัฒนธรรม ศาสนา เพื่อให้กลายเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าอีกทางหนึ่ง
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกคือการเปลี่ยนแปลงโลกครั้งใหญ่นอกเหนือจากความสำเร็จทางด้านอุตสาหกรรม แต่ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรมรวมถึงระบบเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลโดยมีรากฐานจากการปฏิวัติครั้งนี้ ไม่ว่าดีหรือร้ายอย่างไร การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 ได้ก่อร่างสร้างโครงให้กับโลกยุคปัจจุบันฝังรากลึกลงไปและแตกหน่อออกเป็นความก้าวหน้าต่างๆ มากมาย
อ้างอิง:
- http://www.mwit.ac.th/~daramas/In_Revarution.pdf
- http://www.sahistory.org.za/article/timeline-events-and-inventions-during-industrial-revolution
- https://webs.bcp.org/sites/vcleary/ModernWorldHistoryTextbook/IndustrialRevolution/IRbegins.html








