fbpx
Monday, November 30Modern Manufacturing

Industrial Enclosure อุปกรณ์ง่าย ๆ ที่เป็นได้ทั้งผู้ช่วยและผู้ทำลาย

ตู้ควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรมหรือ Industrial Enclosure เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บรักษาอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่การผลิตที่มีอุณภูมิ ความชื้นและความเสี่ยงอื่น ๆ อีกมากมาย การเลือกตู้ควบคุมจึงเป็นเสมือนการเลือกช่วงอายุของการใช้งานอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ควบคุมการผลิต การเลือกที่ดีจึงเป็นการยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ ในขณะที่การเลือกที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ได้

การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมปัจจุบันมีการบูรณาการระบบต่าง ๆ เพื่อทำงานร่วมกันให้เกิด Productivity ที่มีศักยภาพสูงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเครื่อง CNC หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ไปจนถึง เซิฟเวอร์ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและควบคุมการทำงาน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีความอ่อนไหวกับสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงจากปัญหาการกระทบกระแทกในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม จึงเกิดเป็นที่มาของความสำคัญของตู้ควบคุมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่ออุปกรณ์สำคัญยิ่งในงานอุตสาหกรรม อาทิ คอมพิวเตอร์สำหรับควบคุมเครื่อง CNC ชุด PLC ควบคุมหุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายและการสื่อสารระหว่างเครื่องจักรในโรงงาน ดังนั้นการเลือกตู้ควบคุมที่ดีจะสามารถปกป้องอุปกรณ์สำคัญเหล่านี้จากความเสี่ยงที่มีในสภาพแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยืดอายุการใช้งาน และอำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุงได้เป็นอย่างดี

Industrial Enclosure ปราการป้องกันหัวใจการผลิต

การผลิตสมัยใหม่ หรือองค์กรธุรกิจในปัจจุบันมีการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการทำงานกันเป็นเรื่องปรกติ ซึ่งหมายถึงการใช้งานอุปกรณ์ที่มีความอ่อนไหวต่อการกระแทก ความชื้น อุณหภูมิ และฝุ่นผง บ่อยครั้งที่การดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกดำเนินการอย่างเหมาะสม ทำให้ความสามารถในการทำงานจริงนั้นลดน้อยลงไป เช่น การติดตั้งเซิฟเวอร์ในพื้นที่คับแคบส่งผลกระทบทั้งการดูแลซ่อมบำรุงไปจนถึงโอกาสที่อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นจนประสิทธิภาพการทำงานลดลง หรือการวางคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมไว้โดยไม่มีอุปกรณ์ยึดจับหรือปกป้องจากการกระแทก ทำให้โอกาสที่อุปกรณ์เหล่านี้เกิดการชำรุดมีเพิ่มสูงขึ้น

หนึ่งในวิธีที่นิยมใช้และได้รับผลตอบรับอย่างมีประสิทธิภาพ คือ การเลือกใช้ตู้ควบคุมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการทำงานภายใต้สภาวะแวดล้อมของการผลิตหรือกิจการอุตสาหกรรม อุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานตู้ควบคุมมักเป็นอุปกรณ์ที่มีความอ่อนไหวสูง ตู้ควบคุมจึงกลายเป็นเหมือนป้อมปราการสำคัญในการปกป้องอุปกรณ์เหล่านี้ซึ่งเปรียบเสมือนกับหัวใจสำคัญของธุรกิจอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นส่วนของการผลิตหรือในส่วนของการบริหารจัดการต่าง ๆ โดยคุณสมบัติสำคัญของตู้ควบคุมที่ต้องพิจารณามีดังนี้

  • ความทนทาน คุณสมบัติหลักสำหรับตู้ควบคุมคือการป้องกันการกระแทกหรือสัมผัสกับอุปกรณ์ภายใน โดยวัสดุที่ใช้ต้องมีความแข็งแรงต่อการกระทบกระทั่งกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์ช่าง วัสดุที่มีน้ำหนักมาก หรือการเฉี่ยวชนจากอุปกรณ์ช่วยในการขนย้าย 
  • ความสามารถในการป้องกันน้ำและฝุ่น พื้นที่อุตสาหกรรมนั้นต้องเผชิญกับฝุ่นผงจำนวนมาก อาจเป็นเศษที่เหลือจากการขึ้นรูปชิ้นงาน ในขณะที่บางอุตสาหกรรมกลับหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเผชิญหน้ากับความชื้น เช่น โรงงานอาหารซึ่งอุปกรณ์ควบคุมบางส่วนต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับการแปรรูป ความสามารถในการทนทานต่อความชื้นและการออกซิเดชันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการจำเพาะเหล่านี้
  • ความสามารถในการป้องกันคลื่นแม่เหล็ก อุปกรณ์ที่ใช้งานภายในตู้ควบคุมมักเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลที่มีความอ่อนไหวต่อคลื่นแม่เหล็ก ส่งผลให้เกิดการทำงานที่ผิดพลาดได้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ การทำให้อุปกรณ์เกิดความไม่เสถียรและความเสียหายได้ ตู้ควบคุมที่ดีจึงต้องมีคุณสมบัติในการป้องกันคลื่นแม่เหล็กที่ก่อกวนหรือสร้างอันตรายให้กับอุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งภายใน
  • สามารถรองรับการปรับเปลี่ยน ขยายขนาด และการอัพเกรดของอุปกรณ์ดิจิทัลหรืออุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องได้รับการอัพเกรด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือการติดตั้งอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติม ตู้ควบคุมที่ดีจำเป็นต้องรองรับความต้องการเหล่านี้และทำให้การบูรณาการเพิ่มเติมเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • สามารถเปิดเข้าถึงหรือเลือกใช้งานเฉพาะส่วนได้ เมื่อมีการติดตั้งเพิ่มเติมหรืองานซ่อมบำรุงการเปิดตู้ควบคุมโดยเผยให้เห็นอุปกรณ์ข้างในทั้งหมดพร้อมกันจะกลายเป็นความเสี่ยงมากขึ้น การเลือกเปิดเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ทำให้ยังคงรักษาความปลอดภัยในส่วนที่ไม่ได้ถูกดำเนินการอยู่ได้ การซ่อมบำรุงต่าง ๆ จึงกลายเป็นเรื่องง่ายและลดความเสี่ยงจากการเปิดตู้ควบคุมทั้งหมดเพื่อซ่อมบำรุง
  • ถูกออกแบบโดยพิจารณาถึงการใช้งานจริง ความต้องการอุปกรณ์แต่ละชนิดที่ถูกใช้งานกับตู้ควบคุมนั้นแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการระบายความร้อน ลักษณะการเดินสายไฟและสายเคเบิลต่าง ๆ ไปจนถึงตำแหน่งที่ตั้งของตู้ควบคุม

ในทางกลับกันการเลือกใช้ตู้ควบคุมที่ไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโรงงานอาจก่อให้เกิดความเสียหายให้กับอุปกรณ์ได้มากกว่าการป้องกัน อาทิ การเกิดความร้อนสะสมภายในตู้จนมีผลกระทบต่อการทำงานหรืออายุของอุปกรณ์ภายในตู้นั้น การเกิดออกซิเดชันซึ่งสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลจากการเคลือบวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ การสะสมของฝุ่นที่ทำความสะอาดได้ยากจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนของอุปกรณ์ ในท้ายที่สุดแล้วการที่ตู้ควบคุมนั้นจะเป็นผู้ช่วยหรือผู้ทำลายจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจลงทุน รวมถึงประสบการณ์ของผู้จัดจำหน่ายอีกด้วย

เพราะการเลือกตู้ควบคุมต้องให้ความใส่ใจกับรายละเอียดต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับความต้องการของการผลิต และการดำเนินงานโดยผู้เชี่ยวชาญจะสามารถมองเห็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าและวางแผนป้องกันได้อย่างเข้าใจ อายุการใช้งานอุปกรณ์จึงมีอายุที่ยาวนาน  ลดความเสี่ยงจาก Downtime อันไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งหนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายตู้ควบคุมและโซลูชันด้านพื้นฐาน IT ที่น่าสนใจ คือ Rittal ผู้ผลิตในระดับสากลซึ่งมีสาขาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอีกด้วย

Modular Enclosure ความคุ้มค่าสำหรับตู้ควบคุมจาก Rittal

Rittal Enclosure

Rittal ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบ IT ในอุตสาหกรรมและธุรกิจหลายประเภท พร้อมบริการโซลูชันที่ครบวงจรสำหรับงานอุตสาหกรรม มีสินค้าที่ครอบคลุมทุกความต้องการตั้งแต่ ตู้ควบคุม ตู้จัดเก็บอุปกรณ์ IT (Rack) ระบบปรับอากาศสำหรับห้อง Data Center Cooling อุปกรณ์จ่ายพลังงาน ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ควบคุมสภาพแวดล้อม (Monitoring System) การบริการ และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Infrastructure) ซึ่งในส่วนของตู้ควบคุมนั้นได้ถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นด้วยแนวคิดแบบโมดูลาร์

ตู้ควบคุมแบบโมดูลาร์จาก Rittal มีคุณสมบัติที่ครบครันสำหรับความต้องการในการใช้งานไม่ว่าจะในโรงงานอุตสาหกรรมหรือ Data Center ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรง ความยืดหยุ่นในการใช้งานและปรับแต่ง ไปจนถึงการออกแบบมาเพื่อให้สามารถบำรุงรักษาได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ  ซึ่งตู้ควบคุมแบบโมดูลาร์จาก Rittal มีจุดเด่นดังนี้

  1. มีการป้องกันที่ดี ถูกออกแบบมาเพื่อการป้องกันฝุ่นและน้ำได้สูงสุดถึง IP66 ตามมาตรฐาน IEC 60529
  2. สามารถออกแบบการเปิดเฉพาะส่วนเพื่อทำการซ่อมบำรุงในขณะที่ส่วนที่เหลือยังคงถูกปิดเอาไว้ได้เช่มเดิม
  3. สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ภายในได้ง่าย โครงสร้างแบบโมดูลาร์ถูกออกแบบให้ให้สามารถถอดประกอบตู้ได้อย่างสะดวก สามารถเดินสายเคเบิลและติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  4. มีความคุ้มค่าในการลงทุนสูง ตู้ควบคุมแบบโมดูลาร์สามารถปรับใช้งานได้อย่างหลากหลาย ยังมีต้นทุนในการซ่อมบำรุงที่น้อยกว่าตู้ควบคุมทั่วไป
  5. รองรับการเปลี่ยนแปลง ตู้ควบคุมแบบโมดูลาร์สามารถเพิ่ม-ลดตู้ได้อย่างสะดวก สามารถติดตั้งหรือถอดออกจากระบบเดิมได้อย่างง่ายดายโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
  6. สะดวกต่อการซ่อมบำรุงและอัพเกรด การออกแบบตู้ด้วยระบบโมดูลาร์ทำให้สามารถเปลี่ยนพาแนลเพื่อปรับพื้นที่การติดตั้ง หรือการ Retrofit อุปกรณ์โดยไม่จำเป็นต้องรื้อตู้เดิมทั้งหมด จึงสะดวกต่อการปรับเปลี่ยนและการอัพเกรดอุปกรณ์

ด้วยมาตรฐานและประสบการณ์ระดับสากลมั่นใจได้ว่าตู้ควบคุมแบบโมดูลาร์จาก Rittal สามารถปกป้องดูแลอุปกรณ์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโรงงานได้อย่างดีเยี่ยม และในกรณีที่ต้องการอุปกรณ์เสริมต่างๆ สำหรับตู้ควบคุม Rittal ยังมีบริการเสริมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ตู้สำหรับพื้นที่เสี่ยงต่อสถานการณ์แผ่นดินไหว ตู้โลหะพิเศษหรือพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการทำงานนอกชายฝั่ง หรือ Cooling Unit ที่ช่วยในการรักษาอุณหภูมิภายในของตู้ควบคุมได้อย่างเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่มีอุณหภูมิสูงเกือบทุกพื้นที่ตลอดทั้งปี โซลูชันเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของความเชี่ยวชาญด้านระบบโครงสร้างสำหรับระบบ IT และอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ จาก Rittal หากสนใจลงทุนหรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบ IT หรือสำหรับโรงงาน ติดต่อ Rittal เพื่อความคุ้มค่า 

สอบถามสินค้าและบริการจาก Rittal ประเทศไทย

Website: www.rittal.co.th

Facebook: Rittal Thailand

Thos
"I can't understand why people are frightened of new ideas. I'm frightened of the old ones"
John Milton Cage Jr.