Sunday, January 29Modern Manufacturing
×

IRPC เปิดแผน 5 ปี สู่บริษัทนวัตกรรมวัสดุและพลังงานยั่งยืน

ซีอีโอ IRPC เปิดแผน 5 ปี ชูกลยุทธ์ 3C เน้นสร้างความแข็งแกร่ง พัฒนาขยายธุรกิจปัจจุบัน พร้อมต่อยอดลงทุนธุรกิจใหม่ ตั้งงบลงทุนกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท วางเป้าปี 2030  EBITDA แตะ 35,000 ล้านบาท  พร้อมผลักดัน IRPC เป็นบริษัทนวัตกรรมวัสดุและพลังงานยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่องค์กร Net Zero ภายในปี 2060

IRPC เปิดแผน 5 ปี สู่บริษัทนวัตกรรมวัสดุและพลังงานยั่งยืน
IRPC เปิดแผน 5 ปี สู่บริษัทนวัตกรรมวัสดุและพลังงานยั่งยืน

IRPC เปิดแผน 5 ปี สู่บริษัทนวัตกรรมวัสดุและพลังงานยั่งยืน

นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยถึงแผนธุรกิจระยะ 5 ปี (2023 – 2027) ของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นความเข้มแข็งและความชำนาญในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจปัจจุบันเพื่อการพัฒนาขยายธุรกิจ และแสวงหาธุรกิจใหม่ๆ โดยผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นบริษัทนวัตกรรมวัสดุและพลังงานอย่างยั่งยืน (Material and Energy Solutions) ซึ่งการเติบโตในอนาคตจะเน้นให้ความร่วมมือกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรธุรกิจ ที่พร้อมสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตามโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของประเทศ

Model A แนวคิดรถยนต์บิน eVTOL ดิไซน์สุดล้ำเตรียมส่งมอบปี 2025 | FactoryNews ep.32/2

สำหรับการดำเนินธุรกิจนั้น บริษัทฯ วางเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ไว้ที่ 25,000 ล้านบาท ในปี 2025 และเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ในปี 2030 ซึ่งการเติบโตทางธุรกิจจะเน้นต่อยอดจากความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจปัจจุบัน (Existing Stream) และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (New Stream) ทั้งนี้ ภายใต้การไปสู่เป้าหมายนั้น บริษัทฯ มีแผนที่จะลงทุนในระยะ 5 ปี (2023 – 2027) ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 36,000 ล้านบาท  

นายกฤษณ์ กล่าวต่อว่า IRPC จะใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นขับเคลื่อนและขยายธุรกิจปัจจุบันเข้าสู่  5 กลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ Health and Life Science, Advanced Material, Circular Business, Future Energy และ Energy Storage โดยใช้ความรู้ด้านนวัตกรรมและแสวงหาความร่วมมือกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  ตามกลยุทธ์ 3C ซึ่งประกอบด้วย  Climate Change, Circular Economy และ Creating Shared Value สร้างความยั่งยืนให้องค์กร

IRPC มีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ (Specialty Product) จาก 24% ในปี 2022 เป็น 33% ในปี 2023 โดยมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Smart Material ที่สอดคล้องกับทิศทางของโลก อาทิ ด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ (Health and Wellness) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ของผู้คนปัจจุบัน โดยในปีนี้ได้ดำเนินการลงทุนโครงการเม็ดพลาสติกพีพี สปันบอนด์ (PP Spunbond) 200,000 ตันต่อปี เพื่อรับกระแสการดูแลสุขภาพ และขยายการลงทุนโครงการพีพี เมลต์โบลน (PP Meltblown) 40,000 ตันต่อปี รวมถึงพีพีอาร์ (PPR: PP random copolymer pipe) 80,000 ตันต่อปี ใช้ผลิตท่อน้ำร้อนน้ำเย็นชนิดทนทานพิเศษไร้สารทาเลตได้เป็นรายแรกของภูมิภาค และเอชดีพีอี 100- อาร์ซี  (HDPE 100-RC) 40,000 ตันต่อปี ใช้ผลิตท่ออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่มีความแข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้งานนานถึง 100 ปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2024

ทั้งนี้ IRPC พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติพิเศษภายใต้แบรนด์ “POLIMAXX” ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในอนาคต โดยเพิ่มตราสัญลักษณ์แสดงคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Pro-Efficient เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน Life-Pro เป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมความปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพ เช่น Medical Supplies, Hygiene Product  ส่วน Dura-Pro เป็นผลิตภัณฑ์ที่เสริมความแข็งแรง ทนทาน เช่น  Automotive Parts, Pipes & Construction และ Electrical & Home Appliance  และ Eco-Pro เป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น Kitchenware & Utensil, Packaging และ Furniture ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้า คู่ค้า และผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น จากการสร้างสรรค์นวัตกรรมไปพร้อมๆ กับโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ลงตัว

นอกจากนี้ IRPC ยังสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์ หนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-curve) ตามนโยบาย Thailand 4.0 รวมทั้งรองรับการขยายตัวของสังคมเมือง และโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ สอดคล้องกับกลยุทธ์การต่อยอดนวัตกรรมสร้างคุณค่าให้สังคมควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดย IRPC ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ลง 20% ภายในปี 2030 จากปีฐาน 2018 และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2060  โดยล่าสุดได้ร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในการศึกษาพัฒนาและลงทุนผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) เพื่อมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

Nichaphan W.
Marketing Executive
READ MORE
×