ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ทั้งวิกฤตพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ และคนที่เข้ามากุมบังเหียนนำทัพฝ่าพายุลูกนี้คือ คุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ ในวาระปี 2569 – 2571
วันนี้ MM Thailand จะพาไปทำความรู้จักประวัติโดยสังเขป และเจาะลึกนโยบายสุดท้าทายที่จะพาอุตสาหกรรมไทยก้าวไปสู่บทใหม่และผงาดบนเวทีโลก
จากวิศวกรหญิง สู่ผู้นำทัพ FTI
คุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล มีรากฐานความรู้ที่ผสมผสานทั้งสายวิศวกรรมและการบริหารธุรกิจ โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมอุตสาหการ) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท MBA สาขาการบริหารการดำเนินงาน (Operations) จาก Drexel University สหรัฐอเมริกา
ผลงานโดดเด่นในสภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) ที่ผ่านมา
- ผู้ริเริ่มระบบ Made in Thailand (MiT) ผลักดันให้สินค้าไทยมีแต้มต่อ 5% ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม
- กู้วิกฤตโควิด-19 เป็นหัวหอกเจรจาจัดหาวัคซีน Sinopharm 1,000,000 โดส เพื่อรักษาความต่อเนื่องของภาคการผลิตไทย
- ขับเคลื่อน Soft Power ก่อตั้งสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ฯ (CISPI) ยกระดับอัตลักษณ์ไทยสู่สากล
แนวทางการทำงานในอนาคต “The New Chapter of Thai Industry”
เพื่อรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ คุณพิมพ์ใจได้ประกาศยุทธศาสตร์ 𝙀𝙢𝙥𝙤𝙬𝙚𝙧𝙞𝙣𝙜 𝙂𝙧𝙤𝙬𝙩𝙝 𝙬𝙞𝙩𝙝 𝟱𝙄 สำหรับการพลิกโฉมและวางรากฐานการเติบโตใหม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไทย ดังนี้
1. Intelligent Industry (ยกระดับสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ) – เปลี่ยนโรงงานทั่วไปสู่ Smart Factory & Smart OEM สนับสนุนการใช้ AI, Automation, Robotics และ Data Analytics มาใช้ในสายการผลิตจริงเพื่อลดต้นทุนและลดความสูญเสีย โดยจะมีเครื่องมือทางการเงินอย่าง “AI & Automation Transition Loan” เข้ามาช่วยสนับสนุนแหล่งทุน
2. Innovation & Creative Industry (ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา) – พลิกโฉมจากการรับจ้างผลิต (OEM) ที่แข่งกันลดราคา ไปสู่การสร้างแบรนด์และนวัตกรรมของตัวเอง (Brand & IP) ใช้แนวคิดอุตสาหกรรมกำหนดโจทย์งานวิจัย (Industry-driven R&D) เพื่อให้งานวิจัยตอบโจทย์พาณิชย์ได้จริง พร้อมปั้นอุตสาหกรรมอนาคต เช่น Health & Wellness และระบบขนส่งทางราง
3. International Alliance & Network (สร้างเครือข่ายขยายโอกาสสู่ตลาดโลก) – ดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ โดยชูให้ไทยเป็น Global Supply Chain HUB ใช้ความได้เปรียบด้านความเป็นกลางทั้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ของไทย เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และสนับสนุนการบุกเบิกตลาดต่างประเทศ (Market Penetration) เชิงรุก
4. Industrial Infrastructure Reform (ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม) – ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- ด้านพลังงาน สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานต้นทุนต่ำและพลังงานสะอาดผ่าน Direct PPA
- ด้านกฎหมาย ลดขั้นตอนความยุ่งยากด้วย Regulatory Guillotine และ Omnibus Law
- ด้านการค้า นำ AI มาใช้เตือนภัยการทุ่มตลาดล่วงหน้า (Early Warning System) ป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำ พร้อมขยายผลยกระดับนโยบายเป็น 𝙈𝙞𝙏 𝙋𝙡𝙪𝙨
5. Inclusive & Sustainable Growth (เติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม) – ปรับตัวเข้ากับกระแสโลก ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Transition) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมนำหลัก ESG มาใช้ในองค์กร รวมถึงการตั้งเครือข่ายนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ (Young FTI Network) เพื่อเติบโตไปด้วยกัน

“เมื่อ 5 ปีก่อน เราเริ่มที Made in Thailand เพื่อพิสูจน์ว่าคนไทยทําได้ วันนี้ถึงเวลาของ FTI : The New Chapter of Thai Industry ที่จะพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมไทยคือตัวจริงบนเวทีโลก เราจะเป็นศูนย์การผลิตอัจฉริยะบนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ที่สามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ มีนวัตกรรมมุ่งเป้าเป็นแหล่ง Supply Chain ที่มีความมั่นคงและยั่งยืน เพื่อพาพี่น้องอุตสาหกรรมและ SME ก้าวข้ามทุกวิกฤตโลกไปด้วยกัน”
วิสัยทัศน์ของคุณพิมพ์ใจภายใต้แคมเปญ 𝟱𝗜 ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่คือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวข้ามการเป็นเพียงฐานการผลิต สู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลกที่มีมาตรฐานความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมไทยคือตัวจริงบนเวทีโลกอย่างแท้จริง









