SIEMENS OT Network Cyber Security
Shore Power โซลูชันประหยัดพลังงานท่าเรือไทย ลดต้นทุน มุ่งสู่ Green Port

Shore Power โซลูชันประหยัดพลังงานท่าเรือไทย ลดต้นทุน มุ่งสู่ Green Port

Date Post
29.04.2026
Post Views

ผลพวงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ทั้งปัญหาน้ำมันขาดแคลนและต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรม “โลจิสติกส์และการเดินเรือ” ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผันผวนอย่างรุนแรง 

แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ความต้องการขนส่งสินค้าทั่วโลกยังคงอยู่ โจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการคือ จะเดินหน้าธุรกิจอย่างไรให้ยังเหลือกำไร?”

การสร้าง “ความมั่นคงทางพลังงาน” จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในเมื่อน้ำมันคือต้นทุนหลักที่ควบคุมไม่ได้ การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้บริหารจัดการต้นทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งสำหรับอุตสาหกรรมการเดินเรือแล้ว Shore Power หรือระบบไฟฟ้าจากฝั่ง คือโซลูชันที่สามารถเริ่มทำได้ทันที

Shore Power ดับเครื่องยนต์ปั่นไฟ ลดความเสี่ยงด้านต้นทุน

Shore Power หรือ Onshore Power Supply (OPS) คือการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากชายฝั่งให้แก่เรือที่เข้ามาเทียบท่า แทนที่เรือจะต้องเดินเครื่องยนต์ปั่นไฟทิ้งไว้ตลอดเวลา ซึ่งการดับเครื่องยนต์แล้วหันมาใช้ไฟฟ้าจากฝั่งช่วยให้ท่าเรือได้รับประโยชน์ดังนี้

  1. ลดต้นทุน: ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมหาศาลในช่วงที่ราคาผันผวน
  2. ลดการปล่อยก๊าซ: ลดคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษทางอากาศ
  3. ลดมลพิษทางเสียง: สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นในบริเวณท่าเรือและชุมชนใกล้เคียง

Shore Power หรือ Onshore Power Supply (OPS) คือการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากชายฝั่งให้แก่เรือที่เข้ามาเทียบท่า

3 องค์ประกอบหลักของ Shore Power

เพื่อให้ระบบไฟฟ้าจากฝั่งทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ต้องประกอบด้วยส่วนสำคัญดังนี้

  1. Substation & Transformer: ระบบแปลงแรงดันไฟฟ้าจากฝั่ง (Grid) ให้ตรงกับความต้องการของเรือแต่ละประเภท (ซึ่งมักใช้แรงดันไฟฟ้าที่ต่างกัน เช่น 6.6 kV หรือ 11 kV)
  2. Frequency Converter: การปรับความถี่ไฟฟ้า (Frequency) เนื่องจากเรือจำนวนมากใช้ระบบ 60 Hz ในขณะที่ไฟฟ้าบนฝั่งในหลายประเทศรวมถึงไทยใช้ 50 Hz
  3. Cable Management System (CMS): ระบบจัดการสายเคเบิลที่จะเชื่อมต่อจากหน้าท่าไปยังตัวเรือ ซึ่งถือเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุดในเชิงวิศวกรรม

ทำไมยุโรปถึงบังคับใช้ Onshore Power? และไทยควรเตรียมตัวอย่างไร? 

ในสหภาพยุโรป (EU) ภายใต้กฎระเบียบ FuelEU Maritime มีข้อกำหนดชัดเจนว่าภายในปี 2030 เรือทุกลำที่มีขนาดมากกว่า 5,000 GT ที่เข้ามาใช้บริการท่าเรือใน EU จะต้องเปลี่ยนมาใช้พลังงานจากฝั่ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางเสียงอย่างเด็ดขาด

สำหรับประเทศไทย การนำ Shore Power มาใช้ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน แต่ยังเป็นการสร้าง Energy Resilience หรือความยืดหยุ่นทางพลังงานให้กับผู้ประกอบการท่าเรือและเจ้าของเรือ ลดการพึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียว และเตรียมพร้อมรับมือกับ Carbon Tax ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ความท้าทายในการติดตั้ง: เมื่อ “ระบบที่อยู่กับที่” ต้องเจอกับ “เรือที่เคลื่อนไหว”

ปัญหาที่มักเจอหน้าท่าคือ ความไม่แน่นอนของตำแหน่งเรือ ทั้งจากขนาดเรือที่แตกต่างกัน กระแสน้ำที่ทำให้เรือไม่อยู่กับที่หรือแม้แต่ระดับน้ำที่ขึ้น-ลง ทำให้การติดตั้งระบบจ่ายไฟแบบอยู่กับที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าที่ควร

igus Mobile Shore Power Outlet หัวจ่ายไฟให้เรือแบบเคลื่อนที่

ยกระดับ Shore Power ด้วยโซลูชันระบบเคลื่อนที่จาก igus

เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานหน้าท่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด igus จึงได้ออกแบบระบบจัดการสายเคเบิล ที่เน้นความยืดหยุ่นและการเคลื่อนที่ได้ 100%

  • Mobile Solutions: เปลี่ยนระบบที่เคยอยู่กับที่ให้สามารถเคลื่อนที่ไปตามแนวท่าเรือได้ด้วย igus Mobile Shore Power Outlet ทำให้ไม่ว่าเรือจะจอดในตำแหน่งใด ระบบจ่ายไฟของ igus ก็สามารถเข้าถึงจุดเชื่อมต่อได้โดยตรง ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่และการขยับเรือ
  • Engineering Excellence: ด้วยวัสดุพลาสติกวิศวกรรมประสิทธิภาพสูง ระบบของเราจึงมีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม ทนทานต่อไอเค็มและรังสี UV ได้ดีเยี่ยมกว่าโลหะแบบเดิม
  • Modular Design: รองรับการขยายตัวในอนาคต หากท่าเรือต้องการเพิ่มจุดจ่ายไฟสำหรับเรือจำนวนมาก ก็สามารถต่อเติมระบบได้อย่างง่ายดาย

สนใจวางระบบ Shore Power สำหรับท่าเรือ ปรึกษา igus ได้ที่ 

  • IGUS MOTION PLASTICS (THAILAND) CO., LTD. 
  • โทร: 02-587-4899 
  • อีเมล:  [email protected]
  • เว็บไซต์: https://www.igus.co.th
Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
ระบบจัดเก็บแนวตั้ง Kardex Remstar จาก Store Master