Thursday, June 24Modern Manufacturing
×

SME รับมือความท้าทายใหม่ด้วยการเลือกใช้ Ecosystem ที่คุ้มค่า

สถานการณ์ปัจจุบันในการผลิตไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือซัพพลายเชนต่าง ๆ ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายรูปแบบใหม่ที่เป็นผลกระทบจากทั้ง COVID-19 สภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนถึงความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การใช้งานระบบอัตโนมัติในการผลิตจึงต้องเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย และการลงทุนสำหรับระบบอัตโนมัติที่เหมาะสมกับ SME จำเป็นต้องมี Ecosystem ที่คุ้มค่า เข้าถึงง่าย และมีประสิทธิภาพ

การถาโถมเข้ามาของ COVID-19 ปัญหาขาดแคลนทักษะ สังคมผู้สูงอายุ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่รวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความสำคัญของระบบอัตโนมัตินั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเข้มข้นในเวลาอันสั้น แต่ทว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SME นั้นอาจยังไม่มีกำลังเพียงพอในการปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเช่นที่บริษัทรายใหญ่ดำเนินการ ในขณะเดียวกันขนาดที่เล็กกว่านั้นกลายมาเป็นจุดแข็งและความคล่องตัวที่มีมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้นการเลือกใช้เทคโนโลยีและ Ecosystem ที่มีความเหมาะสมกับความต้องการจะสามารถส่งเสริมข้อได้เปรียบที่มีได้อย่างดี











ความท้าทายใหม่ส่งผลต่อ SME อย่างไร?

ความสับสนและ Disruption ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับเปลี่ยนตั้งแต่วิธีทำงาน วิธีคิด ตลอดจนวิธีการสื่อสาร สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความท้าทายฉับพลันที่บีบคั้นให้ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจต้องรีบปรับตัวสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ทันท่วงทีเพื่อให้ธุรกิจยังคงอยู่รอดได้ โดยความท้าทายหลักที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีดังนี้

1. การขาดแคลนแรงงาน แรงงานต่างประเทศราคาถูกเริ่มทยอยแยกย้ายกลับประเทศในขณะที่แรงงานท้องถิ่นหรือแรงงานทักษะสูงมีไม่มากนัก รวมถึงการขาดแคลนทักษะที่เหมาะสมในการทำงานและการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

2. ซัพพลายเชนที่ขาดความแข็งแรง ผลกระทบจากการผูกขาดแหล่งวัตถุดิบและบริการที่ยึดโยงกับจีนทำให้เกิดความล่าช้าและติดขัด

3. นโยบายการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับการควบคุมโรค อาทิ การเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้ในพื้นที่การผลิตต้องลดจำนวนแรงงานลง

4. ผู้บริโภครัดเข็มขัดมากขึ้น จากสภาพเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยที่น้อยลง

ก่อนหน้าสถานการณ์ COVID-19 นั้นโลกของการผลิตก็ได้มุ่งหน้าสู่เส้นทางของระบบอัตโนมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่การมาถึงของโรคระบาดในครั้งนี้กลับเป็นเหมือนการคัดสรรของธรรมชาติที่เร่งกระบวนการต่าง ๆ ให้ไวยิ่งขึ้น สิ่งไหนที่มีความจำเป็นน้อยจะถูกทำให้เลือนหายไปและสิ่งใดที่มีความจำเป็นจะถูกทำให้มีความเด่นชัดยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันกับความจำเป็นของระบบอัตโนมัติที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาเสริมในส่วนของแรงงานให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หรือการบริหารจัดการที่มีความโปร่งใสเอื้อให้เกิดการวัดและประเมินผลที่ถูกต้องแม่นยำ และเมื่อ SME ไม่สามารถลงทุนทั้งระบบได้การปรับเปลี่ยนเฉพาะบางส่วนให้เหมาะสมกับสถานการณ์จึงกลายเป็นทางออกที่มีคุณค่า และในขณะเดียวกันการลงทุนเฉพาะบางส่วนนั้นก็จำเป็นต้องปรับปรุง Ecosystem ที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

มองให้กว้าง คิดให้ครบจบที่ Ecosystem

จากข้อจำกัดด้านการเงิน องค์ความรู้ และเวลาของ SME การปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมองให้ลึกและในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมองให้กว้างด้วยเช่นกัน การมองให้ลึก คือ การคำนึงถึงเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาในระยะยาว และการมองให้กว้างหมายถึงการมองให้ครอบคลุมถึงความเสี่ยงและปัจจัยที่มีทั้งหมด จากนั้นจึงพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับต่อไป โดยการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างผลลัพธ์ความแตกต่างที่ชัดเจนได้ แต่อย่างไรก็ตามการเติมแต่งหรือเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปไม่อาจช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดขึ้นได้ ระบบนิเวศน์หรือ Ecosystem ที่เกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องรองรับการทำงานของอุปกรณ์นั้น ๆ เช่นกัน

สำหรับในกรณีของซัพพลายเชน Ecosystem ที่ดีอาจเป็นการทำงานที่ไม่ผูกขาดสินค้าหรือบริการเจ้าใดเจ้าหนึ่งจนมากเกินไป อันจะนำมาซึ่งความเสี่ยงในกรณีที่ไม่อาจนำส่งวัตถุดิบได้ทัน โดยอุปกรณ์หรือกลุ่มวัตถุดิบแต่ละรายควรกระจายความเสี่ยงจากผู้จัดจำหน่ายออกและมีตัวเลือกสำรองไว้เสมอเพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

ในแง่มุมของแรงงาน Ecosystem ที่ดีจะต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการทำงาน ความปลอดภัย ตลอดจน Productivity ที่จะเกิดขึ้น เช่น การออกแบบพื้นที่ทำงานให้มีแสงสว่างที่เพียงพอ มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการทำงาน สามารถหยิบจับอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัยและสะดวก ตลอดจนการออกแบบ Ergonomics สำหรับพื้นที่ปฏิบัติงาน

หากมองในกรณีของการใช้ระบบอัตโนมัติเป็นโครงการนำร่อง หรือการใช้งานเพียงบางส่วน เช่น ระบบบรรจุสินค้าอัตโนมัติ การเลือกใช้งานอุปกรณ์ทั้งหมดภายใต้แบรนด์เดียวอาจได้จุดเด่นของความเสถียร แต่อาจขาดคุณสมบัติบางประการที่จำเป็นหรืออาจได้คุณสมบัติบางประการที่ไม่ได้ใช้งานติดมาซึ่งสามารถนับเป็นความสูญเปล่าทางการลงทุนได้อีกเช่นกัน ดังนั้นเมื่อต้องการใช้งานระบบอัตโนมัติควรจะต้องคำนึงถึงความต้องการใช้งานเป็นสำคัญ หากต้องมีการใช้หุ่นยนต์จะต้องมีอุปกรณ์อะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง และหากมีแรงงานเกี่ยวข้องด้วยนั้นจะต้องทำงานร่วมกันอย่างไร มาตรการความปลอดภัยที่ต้องเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดในการบูรณาการอุปกรณ์ร่วมกัน คือ Ecosystem ที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีคุณภาพ ไม่ก่อให้เกิดความล้มเหลวในการทำงาน ตลอดจนสนับสนุนให้อุปกรณ์แต่ละตัวสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ecosystem ของ Open Platform ที่สามารถนำอุปกรณ์จากต่างค่ายมาบูรณาการร่วมกันได้

Ecosystem ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานระบบอัตโนมัติหรือกิจการอุตสาหกรรมการผลิตในยุคใหม่นั้นจำเป็นต้องมีการบูรณาการความรู้ เทคโนโลยี และปัจจัยที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เช่น

  • ระบบโครงสร้างการเชื่อมต่อ เช่น การเชื่อมต่อไร้สายหรือเป็น Ethernet, Bandwidth ที่รองรับ, มาตรฐานในการส่งข้อมูลร่วมกันของอุปกรณ์ในระบ หรือรูปแบบการเชื่อมต่อที่สามารถส่งข้อมูลได้แม้มีการชำรุดบางส่วนของสายเคเบิลเป็นต้น
  • Data Center ที่สามารถรองรับปริมาณข้อมูล การเชื่อมต่อ และการทำงานของ Platform ร่วมกับ Cloud ได้ ทั้งยังจำเป็นต้องมากับระบบป้องกันความปลอดภัยสำหรับ Cyber Security อีกด้วย
  • เซนเซอร์ที่เหมาะสมสำหรับการทำงานแต่ละชนิด สามารถทำให้เกิดการเก็บข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ และปลอดภัย
  • Platform ที่เป็นสื่อกลางในการรวบรวมและประยุกต์ใช้ข้อมูล จำเป็นต้องรองรับต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างสะดวก ไม่ว่าการซ่อมบำรุง การต่อขยาย หรือการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วเพื่อทำให้การแข่งขันเกิดความต่อเนื่องทันท่วงที
  • Server/Cloud สำหรับการเก็บข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ทั้งในกรณีของการบริหารจัดการจากภายนอกสถานที่และการแจ้งเตือนต่าง ๆ
  • เครื่องจักร/อุปกรณ์ที่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นและ Platform ได้ การทำงานของเครื่องจักรยุคใหม่นั้นหากสามารส่งต่อข้อมูลหรือทำการปรับแต่งผ่านเครือข่ายได้จะทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเกิด Transparency ในระบบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • การออกแบบและจัดวางพื้นที่โดยคำนึงถึงความเหมาะสมต่อระบบอัตโนมัติ เช่น การระบายอากาศ อุณหภูมิ หรือความชื้น
  • แรงงานที่มีทักษะด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการผลิต ซึ่งถือเป็นปัจจัยชี้ขาดในการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ แรงงานที่ขาดความรู้หรือมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนสามารถสร้างความแตกต่างในการใช้งานเทคโนโลยีได้เป็นอย่างมาก

แม้ว่าจะเป็นการใช้งานระบบอัตโนมัติเพียงบางส่วนหรือเป็นโครงการนำร่องก็ตาม การวางรากฐานของเครือข่ายที่เป็น Open Platform นั้นเป็นใบเบิกทางที่ดีสำหรับการต่อยอดหรือขยับขยายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ การใช้งานระบบอัตโนมัติบางส่วน หรือการใช้งานระบบอัตโนมัติร่วมกับแรงงาน การเลือกใช้กอุปกรณ์ที่รองรับกับเครือข่าย Open Platform ร่วมกัน เช่น การใช้ระบบสายพานอัจฉริยะร่วมกับเซนเซอร์วัดน้ำหนัก หรือ Machine Vision ในการตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานด้วยความเร็วสูง หากระบบไม่รองรับการบูรณาการร่วมกันจากพื้นฐาน การปรับตั้งค่าความเร็วการทำงานของสายพานและกล้องอาจต้องปรับตั้งค่าแยกชิ้นทำให้ใช้เวลาในการดำเนินการเพิ่มขึ้นและมีโอกาสในความผิดพลาดที่มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุดข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบจากการทำงานและการตั้งค่าอาจได้ไม่ตรงกัน เกิดข้อมูลที่ผิดพลาดขึ้น

จะเห็นได้ว่าหากมี Ecosystem ที่ดี ทำให้การใช้งานระบบอัตโนมัติจะมีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับมูลค่าที่ลงทุน ทั้งยังรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายฉับไว ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าให้ยุ่งยากหากเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเกรด หรือการซ่อมบำรุง สามารถลดต้นทุนในการบูรณาการระบบตลอดจนการดึงเอาศักยภาพที่ดีที่สุดของทั้งระบบออกมาได้ โดยมาตรฐาน Open Platform ระดับสากลที่สามารถรองรับอุปกรณ์จากแบรนด์ชั้นนำที่นิยมใช้งานในประเทศไทย คือ CC-Link ซึ่งบริหารจัดการโดยสมาคม CLPA ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปีในด้านการวางมาตรฐานสำหรับโรงงานอัตโนมัติ

CC-Link IE สร้าง Ecosystem พร้อมใช้สำหรับผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน

ภายใต้ความร่วมมือของบอร์ดบริหารของ CLPA และสมาชิกผู้ผลิตทั่วโลกกว่า 3,000 บริษัท เครือข่าย CC-Link IE จึงได้ถูกออกแบบให้รองรับทุกความต้องการของการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติในงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น PLC แขนกล อุปกรณ์จัดการกำลังไฟฟ้า หรือ Inverter จึงมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่ได้รับมาตรฐาน CC-Link IE นั้นจะสามารถใช้งานได้ง่าย ครบ จบทุกความต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาในการตั้งค่าหรือหาทางบูรณาการระบบจนไมเกรนขึ้น

จุดเด่นของ CC-Link IE ในฐานะ Open Platform นั้นไม่ได้มีแค่ความสามารถในการบูรณาการระบบที่เรียบง่าย แต่ยังมีพร้อมกับการรองรับการทำงานด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล ถูกออกแบบมาให้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นในระบบ อาทิ รูปแบบการส่งข้อมูลที่หลากหลายทำให้เวลาที่การเชื่อมต่อจุดหนึ่งมีปัญหาจุดอื่น ๆ ก็ยังสามารถส่งต่อข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง หรือการตั้งค่าอุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งเข้ามาใหม่ในระบบโดยอัตโนมัติทำให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณสมบัติสำคัญของ CC-Link IE ที่สนับสนุนให้เกิด Ecosystem ในการทำงานของระบบอัตโนมัติ ได้แก่

  • ระบบการเชื่อมต่อของมาตรฐาน CC-Link IE สนับสนุนให้เกิดการใช้งาน Bandwidth ได้สูงสุดถึง 1 Gbps ทำให้สามารถรองรับข้อมูลที่เกิดขึ้นจำนวนมากในการผลิตได้
  • CC-Link IE ที่มีโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายเป็น Open Platform จึงสามารถบูรณาการการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกันได้อย่างง่ายดาย ด้วยสามารถจดจำการตั้งค่าและแบ่งปันข้อมูลได้ทันที 
  • ด้วยการออกแบบมาตรฐานการเชื่อมต่อให้มีความเรียบง่าย จึงสามารถการปรับตั้งค่า การตรวจสอบข้อมูล ตลอดจนการใช้มีความสะดวก รวดเร็ว และใช้งานได้อย่างงมีประสิทธิภาพ
  • CC-Link IE เหมาะสำหรับการใช้งาน IIoT ด้วยการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายด้วยเทคโนโลยี TSN เพื่อลดความหน่วงในการสื่อสาร ระบบจึงเกิด Real-Time Communication ที่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านระบบได้อย่างทันท่วงที

ด้วยคุณสมบัติการเป็น Open Platform ทำให้ SME สามารถเลือกใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลายตรงตามความต้องการ ไร้กำแพงที่เกิดขึ้นมาจากการบูรณาการระบบที่มักจะนำมาซึ่งต้นทุนจำนวนมาก สะดวกต่อการขยับขยายต่อยอดในอนาคตโดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาที่มาจากความเข้ากันไม่ได้ของอุปกรณ์ การตั้งค่าที่ยุ่งยาก หรือการใช้งานอุปกรณ์ได้ไม่เต็มศักยภาพ

ด้วยคุณสมบัติที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างหลากหลายทำให้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน CC-Link IE สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และธุรกิจขนาดใหญ่ให้สามารถรับมือกับความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในสัดส่วนใด ๆ ก็ตาม ด้วย Ecosystem ที่ออกแบบให้ภาคส่วนของการผลิตทำงานได้อย่างไม่ติดขัดไร้ปัญหาและสามารถสื่อสารกับระบบ IT ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Cloud การใช้งาน IoT ต่าง ๆ จึงมั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใต้ Ecosystem ของมาตรฐาน CC-Link IE จะสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่ทุกภาคส่วน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์หรือระบบในโรงงาน อย่าลืมนึกถึง Ecosystem ในการใช้งานจริง โอกาสในการต่อยอด และคุณสมบัติการใช้งานที่ตรงกับความต้องการภายใต้มาตรฐานสากลอย่าง CC-Link IE ซึ่งสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างหลากหลายและคุ้มค่าทั้ง SME และธุรกิจขนาดใหญ่

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CC-Link โปรดติดต่อ

Website: www.cc-link.org (th.cc-link.org)
Facebook: CC-Link Thailand
Line: @cclinkthailand

บทความที่เกี่ยวข้อง:
สร้างระบบ Cyber-Physical ในโรงงานให้เป็นจริงได้ด้วยการผสาน IT และ OT
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Thos
"Judge a man by his questions rather than his answers"
Voltaire
READ MORE
×