fbpx
Thursday, January 21Modern Manufacturing

กนอ.เตรียมเปิดนิคมฯสระแก้ว คาดดึงเงินลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท

กนอ.เตรียมเปิดให้บริการนิคมอุตสาหกรรมสระแก้วอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้  หลังการพัฒนาพื้นที่ครบ 100% บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ โดยคาดว่าหลังการเปิดใช้จะทำให้เกิดมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่กนอ.ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ กนพ.ให้ดำเนินการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 พื้นที่ ประกอบด้วย เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก พื้นที่ 836.72 ไร่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา พื้นที่ 1,121 ไร่ และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว พื้นที่ 660.56 ไร่ นั้น นิคมอุตสาหกรรมสระแก้วเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแห่งแรกในพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการค้าและเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นับเป็นจุดยุทธศาสตร์บริเวณพื้นที่ชายแดนที่ห่างจากด่านชายแดนประเทศกัมพูชาประมาณ 3 กิโลเมตรและสามารถเชื่อมต่อไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต-โอเนียง ประเทศกัมพูชา

ล่าสุด การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ทั้งในเฟส 1 และเฟส 2 แล้วเสร็จ 100 % พร้อมให้บริการระบบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรม เช่น ระบบถนน ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปา และระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น และพร้อมเปิดรองรับการลงทุนทั้งจากนักลงทุนในประเทศไทย และนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามาใช้บริการได้ โดย กนอ.จะมีพิธีเปิดนิคมอุตสาหกรรมสระแก้วอย่างเป็นทางการขึ้นในเร็วๆนี้









สำหรับเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว เน้นไปที่อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดใกล้เคียง มีผลไม้และพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากเหมาะสำหรับการแปรรูปหรือส่งออก

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และเครื่องใช้พลาสติก อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ หรือเครื่องจักร และอุตสาหกรรมผลิตเครื่องไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่  โดยในส่วนของแผนการตลาดเพื่อรองรับและตอบสนองความต้องการผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว โดยคาดว่าจะมีนักลงทุนเช่าพื้นที่ได้เต็มพื้นที่ได้ภายใน 5 ปี

นางสาวสมจิณณ์ กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมสระแก้ว มีมูลค่าการลงทุนโครงการประมาณ 1,660,261 ล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณของ กนอ. จำนวน 960.261 ล้านบาท และเป็นงบประมาณแผ่นดิน (งบอุดหนุน) 700 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่จำนวน 660 ไร่ แบ่งโซนพื้นที่ออกเป็น พื้นที่รองรับอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม จำนวน 433 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภคและพื้นที่สีเขียวและแนวกันชน จำนวน 227 ไร่ โดยการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ได้ใช้การออกแบบตามมาตรฐานระบบสาธารณูปโภคฯ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศฯ พ.ศ.2527 ที่เน้นให้อาคารเป็นสีเขียว ห้องน้ำสะอาด โดยออกแบบให้มีการใช้ระบบ Sensor เพื่อการประหยัดพลังงาน ทั้งในส่วนของไฟฟ้าส่องสว่าง อ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ และจัดให้มีเส้นทางจักรยานโดยรอบอ่างเก็บน้ำ และรอบนิคมตามแนวถนนสายหลัก

รวมทั้งจัดให้มีสวนหย่อมที่มีไม้ดอกไม้ประดับสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและมีประติมากรรมแสดงอัตลักษณ์ของนิคมอุตสาหกรรม โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการ และใช้พื้นที่เต็มประสิทธิภาพแล้ว คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 17,400 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานในพื้นที่ประมาณ 4,500 อัตรา คิดเป็นมูลค่าการจ้างงานประมาณ 486 ล้านบาท/ปี

“หลังการเปิดให้บริการนิคมอุตสาหกรรมสระแก้วอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของพื้นที่ และการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ คือ1. ด้านเศรษฐกิจ จะก่อให้เกิดการลงทุนใหม่ในพื้นที่ การจ้างงานของแรงงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น การสร้างความต้องการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากการลงทุน เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ร้านค้า ศูนย์การค้า หอพัก/บ้านเช่า เป็นต้น  2.การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่มีเพิ่มขึ้น และมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ได้แก่ ระบบคมนาคม ไฟฟ้า ประปา โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น และ3.การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อรองรับการประกอบอุตสาหกรรม และกิจกรรมเกี่ยวเนื่อง เพื่อไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมและสร้างความเดือดร้อน/รบกวนแก่ชุมชนโดยรอบพื้นที่

นอกจากนี้ นักลงทุนที่ไปลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ในด้านของภาษีอากร เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่เกิน 8 ปี /ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มอีก 5 ปี /หักค่าขนส่งไฟฟ้า และประปา 2 เท่า 10 ปี /หักค่าติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกได้ร้อยละ 25 /ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร และยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบผลิตเพื่อส่งออก และสิทธิที่ไม่เกี่ยวกับภาษีอากร เช่น อนุญาตให้คนต่างด้าวที่เป็นช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ เข้ามาทำงานในนิคมฯและอนุญาตให้ครอบครัวและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะอยู่ในราชอาณาจักรส่งออกเงินตราต่างประเทศได้ 

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนได้รับประโยชน์มากขึ้น ช่วยให้มีการผลิตสินค้าและบริการในพื้นที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อีกด้วย

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Nichaphan W.