fbpx
Saturday, January 16Modern Manufacturing

คณะที่ปรึกษา SMEs ชง 5 มาตรการเร่งด่วนเยียวยา SMEs

คณะทำงานกลุ่มมาตรการเพื่อธุรกิจ SMEs เสนอ 5 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการ  SMEs  คือ 1. ด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน  2. ด้านภาษี  3. ด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน 4. ด้านการเงิน  5. ด้านอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงานกลุ่มมาตรการเพื่อธุรกิจ SMEs กล่าวภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 2/2563 แห่งชาติ ว่า ได้เสนอมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs เพื่อเสนอต่อภาครัฐ 5 ด้าน คือ 1. ด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน  2. ด้านภาษี  3. ด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน 4. ด้านการเงิน  5. ด้านอื่นๆ ที่ได้รับ ผลกระทบ COVID-19 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน ประกอบด้วย

1) ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน









2) บริษัทนำค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างแรงงานในช่วงโควิด หักภาษีได้ 3 เท่า ระยะเวลา 3 เดือน โดยขอให้เทียบกับเดือนมี.ค. 63 (จากเดิมที่สรรพากรกำหนดเดือนธ.ค.62)

3) กรณีเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ยังคงรักษาสถานภาพไว้เป็นการชั่วคราวแม้ว่านายจ้างหรือลูกจ้างจะหยุดส่ง หรือ จ่ายสมทบเป็นการชั่วคราว

4) อนุญาตให้ปรับการจ้างงานเป็นรายชั่วโมงได้ ในอัตรา 40–41 บาท/ชม. โดยจ้างขั้นต่ำ 4-8 ชม.

5) ผ่อนผันการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ (Work Permit) รวมถึงแรงงานต่างด้าว ไป 6 เดือน

6) ช่วยเหลือแรงงานที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท โดยขอให้รัฐจ่าย 50% บริษัทจ่าย 25% สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและยังมีการผลิตอยู่บางส่วน

7) ให้รัฐช่วยจ่ายเงินชดเชย กรณีเลิกจ้างพนักงาน หากมีความจำเป็นหรือได้รับผลกระทบ ระยะเวลา 3 เดือน

มาตรการด้านภาษี

1) ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกัน COVID-19

2) ขยายเพดานค่าลดหย่อนภาษีการกุศลของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในปี 2563 โดยไม่จำกัดเพดาน

3) ให้ภาคเอกชน ผู้ให้เช่าสถานที่ นำส่วนลดค่าเช่าและค่าบริการที่ให้กับ SMEs มาลดหย่อนภาษีได้ 3  เท่า

4) ปรับอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทุกประเภทเป็นอัตราเดียว คือ 1% เฉพาะปี 63

5) ให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ SME 2 ปีทุกธุรกิจ (ปีภาษี 63-64) โดยจะต้องเข้าระบบ E-Filling

6) ให้ขยายระยะเวลาการใช้ “ขาดทุนสุทธิที่ปรับปรุงตามประมวลรัษฎากร จากยกมาไม่เกิน 5 รอบ เป็น 7 รอบ”

7) ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและสัมมนา

8) ให้กรมสรรพากรเร่งรัดการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนที่ชำระเกิน ภายใน 60 วัน นับจากวันที่ยื่นแบบ

มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน

1) ขอเลื่อนการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ ออกไป 4 เดือน

2) ปรับลดค่าไฟฟ้าลง 5% ทั่วประเทศและขอให้ค่า FT สะท้อนราคาน้ำมันที่ลดลง

3) ลดค่าจดจำนองและค่าโอนที่ดินเหลือ 0.01% เฉพาะปี 63

4) ขอให้คิดค่าใช้กระแสไฟฟ้าในแต่ละเดือนของธุรกิจจากการใช้กระแสไฟฟ้าจริง โดยยกเลิกการคิดจากเกณฑ์การใช้กระแสไฟฟ้าขั้นต่ำตามระบบ Demand Charge จนถึงสิ้นปี 2563

5) ขอให้พิจารณาคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ใช้มิเตอร์ขนาดไม่เกิน 50 แอมป์ด้วย เพื่อจะได้นำมาเป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจช่วงวิกฤติ

6) ชะลอการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไป 1 ปี

มาตรการด้านการเงิน

1) สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ บสย. ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น 80%

2) ขอให้ธนาคารพานิชย์และรัฐ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิม ให้ลดเพิ่มจาก 0.4% เป็น 1%

3) ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยกเว้นค่าเบี้ยประกันทุกประเภทในช่วงที่ธุรกิจปิดให้บริการ

4) ขอให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชนในการจัดตั้ง Private Equity Trust ภายใต้กำกับของ กลต. โดยเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจโรงแรมที่มีปัญหาเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

5) สถาบันการเงินปรับลดระยะเวลาพิจารณาประวัติการผิดนัดชำระหนี้ในเครดิตบูโรจาก 3 ปี เหลือ 1 ปี

มาตรการอื่นๆ

1) ให้รัฐจัดสรรงบประมาณในการจ้างงาน ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) และให้เพิ่มแต้มต่อสำหรับธุรกิจ SMEs

2) เร่งการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ เช่น ขอให้ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับเหมาที่ได้ดาเนินการตามสัญญาแล้ว เพื่อให้มีเงินมาหมุนเวียนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ

3) เลื่อนการบังคับใช้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA)

4) ขอขยายสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐออกไป 4 เดือน

5) สนับสนุนให้ประชาชนและหน่วยงานประเมินความเสี่ยงตัวเองโดยใช้ Application เช่น หมอชนะ

6) สนับสนุนการตั้งกองทุนนวัตกรรม โดยผู้บริจาคหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 3 เท่า

7) หน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจติดต่อกับภาคเอกชน สามารถให้บริการทางออนไลน์

8) ขอให้ห้างสรรพสินค้า บริษัทใหญ่ รวมถึงบริษัทในเครือ ไม่เลื่อนการชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์ โดยเฉพาะ SMEs

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Nichaphan W.