fbpx
Thursday, September 24Modern Manufacturing

ดีเดย์ปี 63 ดันดีเซล B10 น้ำมันเกรดมาตรฐาน

สนธิรัตน์   เดินหน้าผลักดัน  นโยบายน้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐาน สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานไทย ดูดซับ ปรับสมดุลราคาปาล์มน้ำมัน ลดฝุ่น PM. 2.5  และราคาถูก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  กล่าวถึงนโยบายกำหนดน้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐาน ว่า ถือเป็นย่างก้าวสำคัญของรากฐานด้านพลังงานในสังคมไทย ที่รัฐบาลขับเคลื่อนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป น้ำมันดีเซล B10 จะเป็นหนึ่งในน้ำมันเกรดมาตรฐาน ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานไทย 4 ด้าน คือ 1. สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันในประเทศทั้งระบบ ราคาปาล์มมีเสถียรภาพ ตามที่สัญญาไว้ก่อนเลือกตั้ง   2. ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คิดเป็น 2 ใน 3 ของกำลังการผลิต CPO ในไทย และลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม 3. ช่วยลดมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM. 2.5 ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ และ 4. ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกลงและมีคุณภาพมากขึ้น

 “นี่คือหมุดหมายสำคัญด้านพลังงานของประเทศไทยที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในการหันมาใช้ดีเซล B10 แทนที่ B7 พร้อมกันทั้งประเทศ ซึ่งกระรวงพลังงานยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ดีเซล B10 จะมีความพร้อมจำหน่ายในทุกสถานี เพื่อบริการพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว

 อย่างไรก็ดี การผลักดันดังกล่าวจะทำให้เกิดประโยชน์แก่รถยนต์ที่รองรับน้ำมันดีเซล B10 จำนวน 5.3 ล้านคัน หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของรถที่รองรับน้ำมันดีเซลทั้งหมด จึงคาดการณ์ว่า จะมีการใช้ไม่น้อยกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากสถานีจำหน่ายที่ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ได้ขยายถึงกว่า 500 สถานีและจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าเมื่อถึงกลางปี 2563 ปริมาณการจำหน่ายจะสูงขึ้นถึงประมาณ 57 ล้านลิตรต่อวัน ช่วยลดการปล่อยมลพิษ ลดฝุ่นละอง (PM) ได้ประมาณ 15% และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ประมาณ 5% นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าเชื้อเพลิงไปได้อีก 2 บาทต่อลิตร





Nichaphan W.