Wednesday, December 13MM Thailand

EEC แลนด์มาร์กการลงทุน… เชื่อมโยงเศรษฐกิจ

413 Views

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อยกระดับประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทั้งนี้ รัฐบาลได้เร่งผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Seaboard เราไปทำความรู้จักกับ EEC กันอย่างใกล้ชิดพร้อมกัน

การพัฒนาเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)

พื้นที่เป้าหมาย

EEC ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เนื่องจากมีความพร้อมในการเป็นเมืองท่องเที่ยวในอันดับต้นๆ ของโลก มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม และด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งสามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV ซึ่งขณะนี้ภาครัฐอยู่ระหว่างการปรับแก้กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน และจะผลักดันให้เกิดการลงทุนในรูปแบบคล้ายกับ EEC ในภูมิภาคต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันตกของประเทศไทย

ยกระดับ 5 อุตสาหกรรมเดิม (First S-Curve)

  • อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (Next-Generation Automotive)
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Intelligent Electronics)
  • การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพระดับสูง (Advance Agriculture and Biotechnology)
  • อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food processing)
  • อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Tourism)

สร้าง 5 อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve)

  • หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และชีวิตประจำวัน (Advance Robotics)
  • อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics)
  • อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)
  • อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemical)
  • อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital)

การพัฒนาเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ EEC

อนาคตจุดศูนย์กลางด้านการลงทุนระดับโลก

เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ ที่เรียกว่า ‘ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก’ (Eastern Economic Corridor : EEC) คือ การเป็นจุดศูนย์กลางในระดับโลก โดยเฉพาะด้านการลงทุน เป็นฐานอุตสาหกรรมด้านพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วยโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 5 โรง อุตสาหกรรมกลุ่มปิโตรเคมี 3 แห่ง โรงผลิตไฟฟ้า 20 โรง และนิคมอุตสาหกรรม 29 แห่ง ทั้งยังเชื่อมโยงด้วยโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่มีความสะดวก สบาย ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กม. ที่เชื่อมผ่านเส้นทางสายหลัก ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง สนามบินอู่ตะเภา และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

ศักยภาพสำคัญของพื้นที่ EEC คือ การเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งภูมิภาคอาเซียน เป็นประตูสู่เอเชีย สามารถเข้าถึงประชากรโลกได้กว่าครึ่งหนึ่ง โดย EEC จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในเชิงงบประมาณ และขนาดพื้นที่ GDP ของทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกอาเซียน และอินเดีย มีมูลค่ารวมกว่า 1/3 ของ GDP โลก โดยในอนาคต EEC จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และระเบียงตะวันออก-ตะวันตก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของความเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงประเทศกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และทางตอนใต้ของประเทศจีนด้วย

ประเทศไทยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ศูนย์กลางการลงทุน

  • มีพื้นที่ตลาดขนาดใหญ่ และมีกำลังซื้อสูงจากอาเซียน จีน และอินเดีย
  • เศรษฐกิจมหภาคมีเสถียรภาพและมีความเจริญเติบโตสูง
  • เป็นผู้นำด้านการผลิตและศูนย์กลางการส่งออก
  • มีจุดเด่นหลากหลาย: ทั้งด้านการเกษตรกรรมสมัยใหม่ อุตสาหกรรม ไปจนถึงปิโตรเคมีขั้นสูง
  • มีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการลงทุน

ประเมินงบฯ การลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
1.5 ล้านล้านบาท (43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 5 ปีแรก

ประเมินงบฯ การลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 1.5 ล้านล้านบาท (43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 5 ปีแรก

แผน 5 ปี ลงทุน 1.5 ล้านล้านบาท รับ EEC

พื้นที่เป้าหมายของ EEC เป็นพื้นที่เดียวกับโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด และเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกสนใจมาลงทุนตั้งฐานการผลิตที่ไทย ‘EEC’ จึงต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างดี ขณะที่การขนส่งก็ออกแบบไว้ครอบคลุมทั้งทางถนน ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ ด้วยงบฯ การลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท

สำหรับแผนการลงทุนของรัฐบาลตามกรอบการลงทุนรวมของภาครัฐและเอกชน ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) รวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในส่วนของภาครัฐไม่เกิน 3 แสนล้านบาท ภาคเอกชน 5 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกจะเป็นการร่วมทุนของภาครัฐกับเอกชน 7 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการร่วมลงทุนก่อสร้างท่าเรือ สนามบิน และรถไฟ

แผนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมของการพัฒนา ‘ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก’ หรือ EEC

5 โครงการหลัก ปี’60

สำหรับแผนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมของการพัฒนา ‘ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก’ ในปี พ.ศ. 2560 จะมีการขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญ 5 โครงการ ดังนี้

การพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหานครแห่งการบินภาคตะวันออก เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 15 ล้านคน ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

รถไฟความเร็วสูง ในปี พ.ศ. 2560 จะดำเนินการเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติ 3 แห่ง คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภาให้ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟความเร็วสูง รองรับผู้โดยสาร 110 ล้านคน/ปี และยกระดับทางคู่จากท่าเรือแหลมฉบังไปท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด โดยเชื่อมต่อท่าเรือหลักกับนิคมอุตสาหกรรม ทำให้เกิดเส้นทางใหม่ ได้แก่

แหลมฉบัง – ปลวกแดง – ระยอง
มาบตาพุด – ระยอง – จันทบุรี – ตราด

การพัฒนาเมืองสำคัญในพื้นที่ EEC

  • ฉะเชิงเทรา : พัฒนาเป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นดีที่ทันสมัยรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ และ EEC
  • พัทยา : พัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ สุขภาพและนันทนาการ ศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้านานาชาติชั้นนำของอาเซียน เมืองนวัตกรรมการท่องเที่ยว เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชีวิตชีวา และศูนย์การให้บริการด้านการแพทย์ระดับนานาชาติ (Medical Tourism)
  • อู่ตะเภา : พัฒนาเป็นศูนย์ธุรกิจการบินและโลจิสติกส์อาเซียน
  • ระยอง : พัฒนาเป็นเมืองแห่งการศึกษาและวิทยาศาสตร์ เมืองนานาชาติที่มีธุรกิจทันสมัย

EEC กับการพัฒนาท่าเรือ ส่วนหนึ่งของ Eastern Sea Gateway

ประตูตะวันออกสู่เอเชีย จะมีการดำเนินการเพื่อให้ 3 ท่าเรือ เป็นส่วนหนึ่งของ Eastern Sea Gateway พร้อมทั้งมีการประมูล PPP ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 Gateway to Asia และ PPP ท่าเรือมาบตาพุด ตลอดจนการก่อสร้าง Ferry และ Cruise ที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

ขณะที่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในปี พ.ศ. 2560 บริษัทชั้นนำจะเริ่มลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และหุ่นยนต์ ตลอดจนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อก้าวสู่การเป็น Medical Hub รวมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy) ได้แก่ อาหารแห่งอนาคต การผลิตพลาสติกชีวภาพ เครื่องสำอาง

ตะวันออกเมืองแห่งอนาคต มุ่งยกระดับเมือง ชุมชน คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม สู่ระดับมาตรฐานสากลพัฒนาเมืองการศึกษานานาชาติโดยมีมหาวิทยาลัยและโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เป็นผู้นำในด้านสาธารณสุขโดยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และโรงพยาบาล อีกทั้ง มุ่งพัฒนาเมืองใหม่สำหรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ พร้อมทั้งขับเคลื่อนศูนย์กลางธุรกิจพาณิชย์ที่ทันสมัยในภูมิภาค และจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ EEC ทั้งในด้านสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อมและการศึกษา

การพัฒนาเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ EEC โครงการต่างๆ

นอกจากนี้ โครงการ EEC ได้มีการแบ่งโครงการย่อยเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • โครงการ EECi ในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการ Vistec ใช้พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ แบ่งเป็น 5 เฟส โดยในเบื้องต้นเฟส 1 จะมีพื้นที่ทั้งหมด 350 ไร่ ไว้สำหรับการพัฒนานวัตกรรม และส่งเสริมเทคโนโลยี เพื่อดึงดูดนักลงทุนด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในพื้นที่
  • โครงการ EECd ตั้งอยู่ที่ชลบุรี โดยเน้นเรื่องการวิจัยอวกาศและอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเป็นดิจิทัลพาร์ค เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในภาคตะวันออก และเป็นจุดเชื่อมต่อระบบการสื่อสารกลุ่ม CLMV รวมถึงเป็นจุดแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเทศและต่างประเทศ (One Belt One Road) เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ E-Commerce ให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่และเพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะรองรับ E-Commerce ให้กับกลุ่มภูมิภาค CLMV

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาครัฐจะพยายามผลักดันโครงการ EEC อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังคงขับเคลื่อนได้ช้า ซึ่งหากโครงการ EEC ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ภาครัฐก็จะสามารถนำเอาแนวความคิดและรูปแบบการพัฒนานี้ไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ในอนาคต


Source:

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

Related Post

MM Thailand on FacebookMM Thailand on Youtube
MM Thailand

 

นำเสนอข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการนำเสนอสาระ ข้อมูล ข่าวสารและบทความ ที่หลากหลายและครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม


Menu