เวียดนามเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นสูงในการดึงดูดการลงทุนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการลงทุน การพัฒนากำลังพลในประเทศ ตลอดจนความพยายามสร้างนวัตกรรมระดับชาติใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย ในขณะเดียวกันเวียดนามกลับถูกกล่าวถึงในเรื่อของพลังงานที่ไม่เสถยีรและสร้างความกังวลใจให้กับผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับสูงอย่างมาก ทำให้เกิดความพยายามในการแก้ปัญหาดังกล่าวซึ่ง BESS เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เกิดขึ้น แต่ทว่าในปัจจุบันกลับไม่สามารถเติบโตได้ทันความต้องการและการขยายตัวของตลาดพลังงานสะอาด
ผู้ผลิตจากทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับการย้ายฐานการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ พื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการแข่งขันในการผลิตสำหรับโลกยุคใหม่ โดยมีเวียดนามเป็นประเทศที่ถูกพูดถึงเป็นลำดับต้นๆ แต่ในขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนยังกังวลกับปัญหาบางประการในเวียดนาม เช่น ปัญหาด้านความเสถียรของไฟฟ้าที่ถือว่าเป็นประเด็นที่อ่อนไหวอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตโดยเฉพาะอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ประกอบกับทิศทางของพลังงานสะอาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เทคโนโลยี BESS (Battery Energy Storage System) กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของเวียดนามที่จะแก้ปัญหาด้านกำลังไฟที่ไม่สม่ำเสมอ ตลอดจนการตอบสนองต่อความต้องการด้านพลังงานสะอาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วไปพร้อมๆ กัน
ปัจจุบันตลาดอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานเวียดนามคาดว่าจะมีมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2030 สะท้อนเป้าหมายภาครัฐที่ตั้งเป้านโยบาย Politburo’s Resolution 70-NQ/TW โดยในปี 2025 จำนวน BESS ที่ติดตั้งมีประมาณ 100 MW ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 10,000 – 16,300 MW สำหรับแผนพัฒนาพลังงานที่มีเป้าหมายในปี 2030 อย่างมาก โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ ตลาดการจัดเก็บพลังงานไม่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
ทำให้ BESS ไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์อีกต่อไป แต่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบพลังงานในภาพรวมของประเทศไปแล้ว ทำให้เกิดการดึงดูดการลงทุนและการส่งเสริมธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมาอีกมากมาย ซึ่งมีแนวทางในการพัฒนา BESS ให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากลไปพร้อมๆ กับ พัฒนาคำแนะนำสำหรับผู้ผลิตในประเทศไปพร้อมๆ กันเพื่อให้เกิดความมั่นใจและการเติบโตที่เคียงคู่กันไปอย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันแนวทางด้านข้อกำหนดกฎหมายของเวียดนามยังไม่มีความชัดเจนมากนักในกรณีของการติดตั้ง BESS แม้จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นมากก็ตาม ด้วยการที่ BESS ไม่ได้ถูกระบุเอาไว้อยู่ในระบบของพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว และไม่มีตลาดงานบริการที่คอยสนับสนุนอีกด้วย ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ปลอดภัยแม้จะมีโอกาสอยู่มากมายก็ตาม นับเป็นคอขวดที่ตัวบทกฎหมายที่สร้างผลกระทบชัดเจนต่อการเติบโตของประเทศ
ในขณะเดียวกันหากมองย้อนกลับมาประเทศไทย จะพบว่าระบบไฟฟ้าของประเทศมีความเสถียรที่ค่อนข้างสูง และนักลงทุนหลายรายที่ตัดสินใจเลือกประเทศไทยมากกว่าเวียดนามเป็นเพราะความโดดเด่นเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่หากเวียดนามประสบความสำเร็จในการขยายกำลังการผลิต BESS และสามารถดำเนินการได้ตามนโยบายดังกล่าว ประเทศไทยอาจต้องเผชิญหน้ากับการดึงดูดการลงทุนที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้นในแง่มุมของพลังงานสะอาด ตลอดจนคุณภาพของบุคลากรที่เวียดนามเริ่มแซงประเทศไทยแล้วในปัจจุบัน
ที่มา:
Vietnamnet










