Friday, September 17Modern Manufacturing
×

กระเป๋าสะพายหลังที่ติดตั้ง AI เปิดโอกาสให้คนตาบอดเดินได้โดยไม่ต้องมีไม้เท้าหรือสุนัขนำทาง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Georgia สร้างกระเป๋าสะพานหลังที่ติดตั้งอุปกรณ์ AI โดยตั้งเป้าใช้งานทดแทนสุนัขนำทางและไม้เท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา โดย Intel ผู้ผลิตชิปประมวลผลรายใหญ่ได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวด้วยตัวเอง

กระเป๋าดังกล่าวทำหน้าที่ตรวจจับอุปสรรคต่าง ๆ เช่น สัญญาณไฟจารจร สิ่งของที่แขวนไว้ ทางข้าม วัตถุที่เคลื่อนไหว และระดับพื้นที่แตกต่างกัน ในขณะที่ใช้พลังงานต่ำและยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถปฏิสัมพันธ์ด้วยได้อย่างง่ายดาย









WHO ได้ประมาณการไว้ว่ามีผู้พิการทางสายตาทั่วโลกกว่า 285 ล้านคน ซึ่งระบบสนับสนุนสำหรับการนำทางนั้นระบุตำแหน่งได้โดยมีพื้นฐานจาก Global Positioning System ในขณะที่ระบบสนับสนุนด้วยเสียงจากแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนที่ใช้กล้องเป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับไม้เท้าอัจฉริยะ แต่ระบบเหล่านี้กลับขาดความสามารถในการรับรู้มิติความลึกและไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ

การทำงานของระบบนั้นจะถูกติดตั้งในกระเป๋าขนาดเล็ก มีคอมพิวเตอร์ เช่น โน้ตบุค อยู่ภายใน สายสะพายหรือเสื้อที่ติดตั้งมากับกระเป๋าถูกติดตั้งไว้ด้วยกล้อง และในตัวกระเป๋าเองมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่สามารถใช้งานได้อย่าวนานถึง 8 ชั่วโมง กล้องที่ใช้ คือ Luxonis OAK-D spatial AI ที่เชื่อมต่อกับหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ในกระเป๋าหลัง

OAK-D นั้นเป็นอุปกรณ์ AI ที่ทรงพลังสามารถทำงานได้บน Intel Movidius VPU และ Intel Distribution of OpenVINO เครื่องมือสำหรับ AI บนชิป สามารถใช้งาน Neural Network ที่ทันสมัยได้ในขณะที่ช่วยเพิ่มความเร็วของฟังก์ชันด้านภาพของคอมพิวเตอร์ รวมถึงมิติความลึกของแผนที่ที่จับภาพได้แบบ Real-time มาพร้อมกับความละเอียดสีระดับ 4K

การสื่อสารกับผู้ใช้งานนั้นเกิดขึ้นผ่านหูฟัง Bluetooth สามารถตอบสนองกับระบบผ่านคำสั่งเสียง และระบบจะตอบรับกลับมาด้วยการแจ้งข้อมูลเสียงเช่นกัน เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวไปในสภาพแวดล้อมระบบจะคอยแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งกีดขวางที่กล้องจับภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นป้ายสัญญาณ วัตถุต่าง ๆ

ที่มา:
Intel.com

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:
จะเกิดอะไรขึ้นหากวิศวกรผสาน AI, กล้องสวมใส่และหุ่นยนต์แบบ Exoskeleton ที่เดินได้เข้าด้วยกัน?

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Thos
"Judge a man by his questions rather than his answers"
Voltaire
READ MORE
×