Sunday, January 29Modern Manufacturing
×

UN ปรับกฎหมายรถอัตโนมัติ เพิ่มความเร็วได้มากขึ้น 2 เท่า

UN ปรับกฎหมายรถอัตโนมัติ เพิ่มความเร็วได้มากขึ้น 2 เท่า

หากวันหนึ่งคุณอยากที่จะใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติเพื่อทำการขับรถให้แล้วล่ะก็ ความเร็วในระดับไหนกันที่คุณจะเชื่อใจให้รถยนต์อัตโนมัติของคุณสามารถขับให้ได้ในเส้นทางปกติ หรือบนทางด่วน ?

UN ปรับกฎหมายรถอัตโนมัติ เพิ่มความเร็วได้มากขึ้น 2 เท่า
UN ปรับกฎหมายรถอัตโนมัติ เพิ่มความเร็วได้มากขึ้น 2 เท่า

คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติ UNECE (United Nations Economic Commission for Europe) ได้มีการตัดสินใจที่งาน World Forum for the Harmonization of Vehicle Regulations ในเมืองเจนีวา ให้ยานยนต์อัตโนมัติสามารถขับด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมได้ถึงสองเท่าบนทางด่วน จากเดิมที่รถยนต์อัตโนมัติมีการจำกัดความเร็วเอาไว้ที่ 60 กม./ชม. ให้กลายมาเป็น 130 กม./ชม. บนทางด่วน และยังสามารถทำการเปลี่ยนเลนด้วยตัวเองได้

การตัดสินใจนี้เริ่มแสดงให้เห็นชัดในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจะมีการบังคับใช้งานเต็มที่ได้เร็วที่สุดในเดือนมกราคมปีหน้า อ้างอิงจากข้อมูลของ UNECE ซึ่งทางสหภาพยุโรป (EU) เองก็ได้มีการประกาศเริ่มนำกฎใหม่มาปรับปรุงใช้แล้ว แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีการปรับใช้กฎระเบียบสำหรับในระดับนานาชาติก็ตาม

ข้อกำหนดระบบการขับรถยนต์อัตโนมัติในปัจจุบัน

ในปัจจุบันการใช้ระบบขับอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบยังไม่สามารถทำได้ในหลาย ๆ ประเทศ เช่นในประเทศเยอรมนีที่การใช้ระบบขับอัตโนมัติจะสามารถทำได้ในเฉพาะบางบางสถานการณ์อย่างเช่นในช่วงรถติดเท่านั้น และหากอยู่ในบางพื้นที่เช่น อุโมง์หรือพื้นน้ำแข็ง แม้ว่ารถยนต์อัตโนมัติจะมีระบบกล้องและเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจจับได้ รถยนต์ก็จะต้องทำการแจ้งเตือนผู้ขับขี่และต้องหยุดการใช้งานระบบขับอัตโนมัติในทันที

UN ปรับกฎหมายรถอัตโนมัติ เพิ่มความเร็วได้มากขึ้น 2 เท่า
ที่มาภาพ : Thanish Ahmed on Unsplash

ซึ่งด้วยกฎหมายควบคุมความเร็วใหม่นี้ ก็ทำให้บริษัทรถยนต์หลาย ๆ แห่งสามารถทำการพัฒนาระบบขับอัตโนมัติของตนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างเต็มที่ เช่นบริษัทรถยนต์ชื่อดังจากเยอรมนี Mercedes Benz ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำเสนอรถยนต์ในระดับ S Class ที่มาพร้อมระบบคอมพิวเตอร์ on board และในสหรัฐอเมริกา รัฐต่างๆ เช่น แคลิฟอร์เนียและแอริโซนา ยังอนุญาตให้มีการใช้ยานยนต์ไร้คนขับในการจราจรบนถนนทั่วไปได้ ทำให้มีการนำมาใช้เป็นแท๊กซี่อัตโนมัติที่ไร้คนขับนั่นเอง

การนำระบบขับอัตโนมัติมาใช้ในท้องถนนอย่างกว้างขวาง ยังคงต้องมีการควบคุมและดูแลอีกมาก เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและความไว้วางใจให้กับผู้ที่ใช้รถและถนนทุกคน แต่กฎหมายใหม่นี้ก็แสดงถึงความก้าวหน้าของระบบอัตโนมัติที่ล้ำยุคขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งหากบริษัทรถยนต์อัตโนมัติทั้งหลาย สามารถสร้างความมั่นใจในระบบอัตโนมัติให้กับผู้ใช้งานได้แล้วล่ะก็ การขับขี่บนท้องถนนก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์อยู่หลังพวงมาลัยอีกต่อไปแล้วก็ได้ครับ

Jirapat R.
"To see the world, things dangerous to come to, to see behind walls, draw closer, to find each other, and to feel. That is the purpose of life."
- The Secret Life of Walter Mitty
READ MORE
×