หากพูดถึงหนึ่งในแบรนด์ด้านเทคโนโลยีแห่งยุค เชื่อว่าชื่อของ Xiaomi ต้องเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนคิดขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะในวันนี้ Xiaomi เป็นผู้ผลิตสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่ Smartphone, Smart Home ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่คู่แข่งในตลาดยานยนต์ยังต้องให้ความสนใจ ซึ่งหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะแนวคิด ESG และในวันนี้ MMThailand จะชวนทุกคนมาสำรวจเส้นทางความสำเร็จของ Xiaomi ผ่านรายงาน ESG ในปี 2025 กันครับ
Xiaomi นั้นเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อด้านนวัตกรรมโดยมีเสาหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ Smartphone, EV อัจฉริยะ และ AIoT ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน จึงเกิดเป็นยุทธศาสตร์ ‘มนุษย์ x ยานยนต์ x บ้าน’ ที่สร้างความยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีและคุณภาพชีวิตของผู้คนขึ้นมา
เพราะยักษ์ใหญ่ไม่ได้โตได้ด้วยตัวคนเดียว – บทสรุปความสำเร็จของ Xiaomi ในวันที่ความยั่งยืนเป็นเหมือนเม็ดเลือดแดงในธุรกิจ
หลายครั้งที่เรื่องของเทคโนโลยีถูกมองว่าเป็นเรื่องของงูกินหาง อยากแก้ปัญหานู่นนี่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่พอใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้นก็ต้องมาดูกันว่าราคาที่ต้องจ่ายในหลากหลายมิตินั้นคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งสิ่งที่แบรนด์ดังอย่าง Xiaomi ได้ทำลงไปในฐานะแบรนด์ดังด้านเทคโนโลยีนั้นได้ตอบคำถามเรื่องความคุ้มค่ากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) อย่างครบมิติ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน ลูกค้า-ผู้ใช้งาน แรงงาน และนักลงทุน
นโยบายด้าน ESG ของ Xiaomi ได้แทรกซึมลงไปใน DNA ขององค์กรตั้งแต่การวางนโยบายหลักไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยในการดำเนินการ ทำให้เกิดภาพของ Ecosystem หรือระบบนิเวศที่เกื้อหนุนกัน เกิดเป็นพลวัตรในการขับเคลื่อนความสำเร็จในภาพรวมที่ทุกคนต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน
การเติบโตและความสำเร็จของ Xiaomi ที่เกิดขึ้นในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นตลาดยุโรปหรือในภูมิภาคอื่นๆ เกิดมาจากความร่วมมือกันของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่ง Xiaomi เองก็ยังเป็นองค์กรที่ช่วยสนับสนุนพันธมิตรอื่นๆ เช่น คู่ค้าและซัพพลายเออร์ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อีกด้วย ดังนั้นการขับเคลื่อนแนวคิดด้าน ESG ของ Xiaomi จึงเป็นเหมือนกับเม็ดเลือดแดงที่เข้าถึงทุกอวัยวะและหล่อเลี้ยงร่างกายไปด้วยกัน เกิดเป็นการเติบโตที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเติบโตไปด้วยกันและการเติบโตนั้นก็ได้ย้อนกลับมาส่งผลให้ตัวธุรกิจเองเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
‘ออกแบบระบบนิเวศที่เหมาะสมสำหรับทุกคน’ เงื่อนไขความสำเร็จของ Xiaomi ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ในฐานะแบรนด์แห่งนวัตกรรม Xiaomi ได้บ่มเพาะฐานรากของการทำงานยุคใหม่ผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่รุ่มรวยด้วยเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการมอบรางวัล Xiaomi Technology Award, การจัด Hackaton และการแข่งขันด้าน AI ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 6 หมื่นราย
ในขณะที่การพัฒนากำลังคนหน้าใหม่ผ่าน Young Engineer Program มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี มีผู้ได้รับเลือกมากกว่า 5 พันราย และมีมากกว่า 1,300 รายได้เติบโตไปเป็นผู้จัดการระดับกลาง ในขณะที่การแข่งขันด้าน AI มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5 พันคน เกิดการขับเคลื่อนจากกระบวนการปรับตัวเพื่อใช้เครื่องมือ AI สู่นวัตกรรมสำหรับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งองค์กร
การปรับตัวของยักษ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นทั้งองคาพยพเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แผน Roadmap ของ Xiaomi จึงถูกออกแบบไว้โดยมีส่วนประกอบของกฎข้อบังคับ, จริยธรรม, กฎหมาย, และปัจจัยแวดล้อมทางสังคมที่มีระบบการประเมินสองชั้นควบคู่กันไปทั้ง Algorithm และจริยธรรม ซึ่งการออกแบบนโยบายที่เกิดขึ้นจะมีการควบรวมระบบบิหารบริการด้าน GenAI และ การพัฒนาด้านความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชันด้านภาษาขนาดใหญ่ของ AI รวมถึงข้อกำหนดการติดตั้งใช้งานเอาไว้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะครอบคลุมวงจรทั้งหมดตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการฝึกอบรมและการใช้งาน การผลิตต่างๆ
ในส่วนของงานออกแบบ การคงไว้ซึ่งการทำงานคู่กันของชิปและโมเดล จะช่วยลดความเสี่ยงในการเบี่ยงเบนของ Roadmap ได้อีกด้วย ทำให้ตลอดทั้งปี 2025 ที่ผ่านมาฝ่ายวิจัยและพัฒนาตีพิมพ์งานวิจัยกว่า 37 ฉบับ ซึ่งมีการสนับสนุนและรับรองจากภาควิชาการอีกด้วย
ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพันธมิตรสู่นโยบายสีเขียวที่เติบโตร่วมกัน
การบริหารจัดการซัพพลายเชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน ซึ่งข้อกำหนดด้าน ESG ได้กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ถูกระบุเอาไว้อย่างชัดเจนสำหรับข้อตกลงในการทำธุรกิจยุคใหม่ ซึ่ง Xiaomi สามารถเซ็นสัญญาข้อตกลงกับซัพพลายเออร์ Tier 1 ในการดำเนินตามข้อกำหนดสำหรับการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบได้ 100% และในปี 2025 ที่ผ่านมาเป็นธุรกิจ Smartphone รายแรกที่ได้รับการรับรองระบบสากลแบบคู่ขนาน ISO 28000 สำหรับการบริหารจัดการความปลอดภัยซัพพลายเชน, ISO 22301 สำหรับการบริหารจัดการธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และ ISO 31000 มาตรฐานการจัดการความเสี่ยงขององค์กร
สำหรับในส่วนของซัพพลายเออร์ที่มีการปรับเปลี่ยนที่อาจไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง Xiaomi ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุน Coaching ด้วยกิจกรรมเป้าหมายมากกกว่า 60 กิจกรรมตลอดทั้งปีเพื่อให้ซัพพลายเออร์พัฒนาได้สอดคล้องกับข้อกำหนดความต้องการที่ซับซ้อน เช่น ข้อกำหนดของ EU หรือการห้ามผลิตภัฎฑ์ที่ผลิตจากแรงงานที่ถูกบังคับ
หนึ่งในซัพพลายเออร์สำคัญของ Xiaomi คือ แร่ธาตุ ที่ใช้สำหรับการผลิตแบตเตอรี่ไม่ว่าจะเป็น EV หรือ Smartphone จึงเกิดเป็นแนวทางการใช้แร่ธาตุจากซัพพลายเออร์ที่มีการดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งในส่วนของ Smartphone มีซัพพลายเออร์กว่า 98.8% ที่ดำเนินการครอบคลุมโรงถลุงแร่และโรงกลั่นแร่ ในขณะที่ธุรกิจ EV นั้นซัพพลายเออร์กว่า 40% กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบประเด็นของการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ และ 60% นั้นมีการให้ข้อมูลเหมืองแร่ และโรงกลั่นแร่สำหรับวัตถุดิบที่มีความสำคัญแล้วในปัจจุบัน
นอกจากนี้ Xiaomi ยังเปิดให้ซัพพลายเออร์สามารถใช้ Xiaomi Hyper Intelligent Manufacturing Platform และศักยภาพการผลิตดิจิทัลที่ล้ำสมัยได้อีกด้วย ส่งผลให้เกิดการทำงานร่วมกันของซัพพลายเออร์กับแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ครอบคลุมถึงการสร้างความหลากหลายของการเงินสำหรับซัพพลายเชน ที่ครอบคลุมการกู้เงินซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อลดต้นทุนการเงินสำหรับผู้ผลิต SME ทำให้เกิดกระบวนการทำงานที่มีสุขภาพที่ดีและมีการยกระดับระบบนิเวศของซัพพลายเออร์ที่อยู่ในซัพพลายเชน
ภายใต้สภานการณ์ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ Xiomi ได้มีการใช้ AI Agent เพื่อจำลองคำสั่งซือ้ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเพื่อยืนยันสิ่งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้สามารถบริหารจัดการคลังสินค้าได้สอดคล้องใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ป้องกันปัญหาคลังล้น หรือเกิดการขาดแคลน ในขณะที่ EV อัจฉริยะยังมีการดำเนินการยุทธศาสตร์ใช้วัสดุในพื้นที่เพื่อการผลิต เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนและลดความเสี่ยงอีกด้วย
ความยั่งยืนของ Xiaomi ส่งมอบคุณค่าตั้งแต่การออกแบบและซัพพลายเชนสู่มือผู้ใช้
Xiaomi ตั้งใจที่จะใช้ประเด็นเรื่องความยั่งยืนเป็นจุดแข็งในการสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน โดยความตั้งใจนี้สะท้อนออกมาได้อย่างเด่นชัดผ่าน Smartphone และ EV โดย Smartphone ได้มีการใช้วัสดุชที่มีพื้นฐานมาจากชีวภาพทั้งไนลอนและ Epoxy เพื่อให้เครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง โดย Mid-Plate ใช้วัสดุอะลูมินันความแข็งแรงสูงที่ได้มาจากการรีไซเคิล 100%
สำหรับ EV ได้มีความร่วมมือในการพัฒนาโลหะความแข็งแรงสูงพิเศษ (Ultra-High-Strenght) 2,200MPa ในรูปแบบการผลิตจำนวนมากที่ร่วมมือกับหน่วยวิจัยจากมหาวิทยาลัยในการใช้โมเดล AI ยกระดับความแข็งแรงของตัวถัง ซึ่ง Xiaomi YU7 ได้มีการใช้อะลูมินัมที่รีไซเคิลเป็นสัดส่วน 14.2% และโลหะรีไซเคิล 10.6%
ในส่วนของเครื่องปรับอากาศได้มีการใช้เรดาห์ Dual-Millimetre-Wave เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมสำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย ทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่า 70%
การออกแบบบนพื้นฐานของวัสดุแห่งความยั่งยืนยังถูกต่อยอดด้วยความทนทานและความสามารถในการซ่อมแซมที่มากยิ่งขึ้น ในกรณีของ Xiaomi 17 การใช้นวัตกรรมด้านวัสดุเพิ่มความจุแบตเตอรี่ได้ 12% และยังสามารถคงปริมาณความจุไว้ได้ 80% แม้จะมีวงรอบการชาร์จกว่า 2,000 รอบแล้วก็ตาม ในขณะที่ Xiaomi YU7 วัสุสามารถนำกลับมาใช้ได้ 92.6% และสามารถรีไซเคิลได้ 98.8%
ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากการทำฐานข้อมูลสำหรับวัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุหมุนเวียน โดยมีการติดตามการปลดปล่อยคาร์บอนจาก BoM จาก 20 วัสดุสำคัญหลัก
สร้างผลลัพธ์ด้านคาร์บอนที่จับต้องได้ด้วยการสร้างระบบนิเวศที่จับต้องได้จริงในธุรกิจ
สิ่งที่ Xiaomi พยายามดำเนินการตามแนวคิด ESG นั้นกลายเป็นการบริหารจัดการคาร์บอนในภาพรวมตั้งแต่ฐานรากของผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการบริหารจัดการในการผลิต โดยโรงงาน Smartphone และ EV ของ Xiaomi ได้รับ ISO 50001 ที่รับรองระบบการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งโรงงาน EV ยังได้มีการติดตั้งระบบ RTO (Regenerative Thermal Oxidizer) ที่สามารถกู้คืนความร้อนกลับมาใช้ได้ถึง 38,333 GJ ยกระดับ Xiaomi HyperCasting โดยลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 1.82 ล้าน kWh ในขณะที่การเปลี่ยนโลจิสติกส์ทางอากาศสู่ทางบกและทางเรือสามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ถึง 2,471 ตัน ในปี 2025 ในขณะที่ซัพพลายเออร์ถูกแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ SAF (เชื้อเพลิงยั่งยืนสำหรับอากาศยาน) ช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ถึง 30% หากเทียบกับเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้การติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ EU CBAM และกฎหมายด้านแบตเตอรี่ EU ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานและการวิจัยให้สอดคล้องกับเงื่อนไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการติดตั้งระบบ Photovoltaic บนหลังคาของโรงงาน EV ทำให้เกิดการใช้พลังงานสีเขียวกว่า 13.34 ล้าน kWh ลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ถึง 8 พันตัน ทั้งยังมีการโปรโมทการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในซัพพลายเชนสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน ทำให้เกิดการใช้พลังงานจากผู้ผลิตในสัญญากว่า 31.88 ล้าน kWh ลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 26,400 ตัน
การขับเคลื่อน ESG กับบทบาททำให้ Xiaomi เป็นมากกว่าผู้ผลิต
ภาพจำในอดีตของ Xiaomi ของใครหลายคนอาจจะเป็นเรื่องสินค้าดีราคาถูก สเป็คจัดเต็ม แต่ด้วยนโยบายของ Xiaomi ในวันนี้ที่ขยายขอบเขตออกไปมากกว่าการเป็นผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองต่อชุมชน บริการ Trade-In และการ Refurbish สินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าระดับ End User ให้เกิดความคุ้มค่า ตลอดจนการบริหารจัดการ e-Waste ในธุรกิจอย่างแข็งขัน ภาพของ Xiaomi จึงอาจไม่ใช่แบรนด์จีนราคาถูกอีกต่อไป และสำหรับใครหลายคนอาจตัดคำว่าแบรนด์จีนออกไปด้วยซ้ำเมื่อเห็นถึงแนวทางการดำเนินการที่เกิดขึ้น
อีกสิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จของแบรนด์ได้นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Leica สะท้อนภาพความไว้ใจที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ Xiaomi ได้อย่างน่าสนใจ เมื่อแบรนด์จากยุโรปนั้นมีราละเอียดข้อกำหนดอันซับซ้อนในการดำเนินการอีกมากมาย และยิ่งเป็นแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Leica แล้วก็จะต้อมีรายละเอียดที่มากขึ้นกว่าเดิมอีกแน่นอน
ภาพของความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต ภาพของความใส่ใจในฐานะผู้ว่าจ้าง และภาพจำของคุณภาพที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามแนวทาง ESG ทำให้ในวันนี้ภาพจำของ Xiaomi อาจไม่ได้หยุดอยู่ที่เพียงเป็นผู้ผลิตเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงภาพของแบรนด์ที่ไว้ใจได้และมีการพัฒนาอย่างใส่ใจอย่างต่อเนื่อง แม้ในวันนี้ภาพจำอาจยังไปไม่ถึงแบรนด์แบบ Apple แต่เชื่อว่าด้วยแนวทางที่เกิดขึ้น Xiaomi เองก็กำลังเดินอยู่ในเส้นทางที่ไม่แตกต่างกันไปมากอย่างแน่นอน
อ้างอิง:
Xiaomi









