Thai NS Solution
SIEMENS OT Network Cyber Security
สสว

สสว. ปั้นสหกรณ์ 100 แห่ง สู่ยุค 4.0

Date Post
19.06.2020
Post Views

สสว. หนุนเศรษฐกิจฐานราก เดินหน้าโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยุค 4.0 ตั้งเป้า ปั้นสหกรณ์ 100 แห่ง นำเทคโนโลยียกระดับธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาทต่อราย พร้อมเป็นต้นแบบพัฒนาสหกรณ์ทั่วประเทศ

สสว

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่สำคัญของรัฐบาล โดยในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจฐานรากมี จำนวนมาก ดังนั้นหากกลุ่มธุรกิจฐานรากซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อส่วนใหญ่ของ ประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี จะส่งผลถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจหลักของไทย ทั้งในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจฐานรากประสบปัญหาและ อุปสรรค จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี และช่องทางการตลาดการค้าออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ๆ ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจฐานรากก้าวตามไม่ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน

ดังนั้น สสว. จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยุค 4.0 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์ ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการรวมกลุ่มผู้ประกอบการฐานรากใน แต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีความเข้มแข็งและสามารถขยายโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้น โดยมุ่งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเข้าสนับสนุนการดำเนินกิจการ การขยายช่องทางการตลาด การให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และการสนับสนุนจากหน่วยงาน Service Provider ต่าง ๆ รวมถึงการส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าวินิจฉัยและให้คำปรึกษา เชิงลึก อันจะนำไปสู่การส่งเสริมและพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้บรรลุนโยบายของรัฐบาลและแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่กำหนดไว้โดยโครงการนี้ จะมุ่งเน้นไปที่สหกรณ์ภาคการเกษตร ภาคการค้า และภาคบริการทั่วประเทศ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาสหกรณ์ให้ได้ 100 แห่ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือบริการของสหกรณ์ได้ไม่น้อยกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ และพัฒนาเครือข่ายการให้บริการส่งเสริมเอสเอ็มอี 2 เครือข่าย ทั้งนี้สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการฯ จะมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท ภายในปี 2563 หรือเฉลี่ยสหกรณ์ละไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

สำหรับ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยุค 4.0 ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค. 2562 – ก.ย. 2563 โดยได้เปิดรับสมัครสหกรณ์ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ จากนั้นได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปวินิจฉัยสำรวจความต้องการ และจัดทำแผนพัฒนาสหกรณ์ โดยจะนำแผนที่ได้ไปจัดทำโปรแกรมฝึกอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจยุค 4.0 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการบริการของสหกรณ์ รวมทั้งการศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจยุค 4.0 รวมทั้งให้ที่ปรึกษาลงพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำ พัฒนาและติดตามการปฏิบัติงานของสหกรณ์ จากนั้นจะนำผลสรุปที่ได้จัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อเป็นต้นแบบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่อไป

“สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการวินิจฉัยธุรกิจในเชิงลึก และการฝึกอบรมด้านความรู้ และภาคปฏิบัติ ตลอดจนการศึกษาดูงาน ขยายความร่วมมือกับธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด จนนำไปสู่การปรับปรุงกิจการทั้งด้านการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการบริการ ตลอดจนการเจาะตลาดใหม่ ๆ ขยายไปสู่การค้าออนไลน์ เพื่อเปิดไปสู่ตลาดระดับโลก พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนไปสู่ยุค 4.0 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินกิจการในอนาคต”

โดยจากข้อมูลล่าสุดในเดือน เม.ย. 2563 ประเทศไทยมีจำนวนสหกรณ์ภาคการเกษตรทั้งสิ้น 4,468 แห่ง มีสมาชิกมากกว่า 6 ล้านคน  คิดเป็นสัดส่วน 55.65% ของสหกรณ์ทั้งประเทศ มีสหกรณ์ร้านค้าและบริการ 1,463 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 18.22% รวมจำนวนสหกรณ์ภาคการเกษตร ภาคการค้าและบริการ จะมีจำนวนทั้งสิ้น 5,931 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 73.87% ของสหกรณ์ทั้งหมด ซึ่งสหกรณ์ที่ผ่านโครงการนี้ จะเป็นต้นแบบในการศึกษาเรียนรู้ให้กับสหกรณ์ต่างๆ ต่อไป หากสามารถยกระดับสหกรณ์ให้เข้มแข็ง ก็จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนฐานรากให้เข็มแข็ง และทำให้เศรษฐกิจของชาติมั่นคงได้ในอนาคต

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
Thai NS Solution