fbpx
Tuesday, January 21Modern Manufacturing

กนอ. มอบ ‘ธงขาวดาวเขียว’ ปี 62 โรงงาน 118 แห่ง

กนอ.จัดพิธีมอบธงขาว-ดาวเขียวประจำปี 2562 ปลื้มมีโรงงานอุตสาหกรรมผ่านเกณฑ์ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมระดับดี-ดีเยี่ยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก 118 แห่ง ใน 31 นิคมฯทั่วประเทศ

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า โครงการมอบ  ธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และใบประกาศเกียรติคุณ (ธงขาวดาวเขียว) เป็นกลไกสำคัญที่กนอ. เชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับชุมชนโดยรอบนิคมฯได้ ซึ่งเป็นไปตามแผนการลดและขจัดมลพิษของจังหวัดระยอง ที่เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2550 ในนิคมฯในพื้นที่มาบตาพุด และดำเนินโครงการในนิคมฯ อื่น ๆ ทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ที่ผ่านมา ‘ธงขาวดาวเขียว’ ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการเป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง  มีโรงงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมากขึ้นในทุกปี 

ในปี 2562 มีโรงงานรวมทั้งสิ้น 118 แห่ง ใน 31 นิคมฯ ทั่วประเทศ ที่ได้รับผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดี-ดีเยี่ยม โดยเป็นโรงงานที่อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม จำนวน 106 แห่ง และโรงงานที่อยู่ในเกณฑ์ดี จำนวน 12 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2561 ซึ่งมีจำนวน 114 โรงงาน ใน 30 นิคมฯ โดยมีเกณฑ์ในการประเมินโรงงาน ประกอบด้วย 5 มิติ 13 หัวข้อ มีดังนี้

  1. มิติกายภาพ ได้แก่ การจัดการพื้นที่สีเขียว และการดูแลบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียว มีระบบการระบายน้ำฝนและระบบน้ำเสียแยกจากกันโดยเด็ดขาด
  2. มิติเศรษฐกิจ มีการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและเศรษฐกิจชุมชน (ในพื้นที่จังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่ และจังหวัดใกล้เคียง)
  3. มิติสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การจัดการน้ำ การจัดการกากอุตสาหกรรม การจัดการคุณภาพอากาศ การจัดการไอระเหยของสารเคมี ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน และการจัดการอุบัติเหตุ/อุบัติภัย
  4. มิติสังคม ได้แก่ คุณภาพชีวิตและสังคมของพนักงานในโรงงานมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการเป็นที่ทำงานมีสุข (Happy Workplace) รวมถึงคุณภาพชีวิตและสังคมของชุมชนโดยรอบ
  5. มิติการบริหารจัดการ ได้แก่ การบริหารจัดการโรงงาน แบ่งเป็นระดับดีเยี่ยม และระดับดี

 นิคมฯ ที่ได้รับมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และใบประกาศเกียรติคุณ (ธงขาวดาวเขียว) ประกอบไปด้วยนิคมฯอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออก จำนวน 14 นิคมฯ 44 โรงงาน นิคมฯอุตสาหกรรมในภาคกลาง จำนวน 15 นิคมฯ 64 โรงงาน นิคมฯอุตสาหกรรมภาคเหนือ 1 นิคมฯ 4 โรงงาน และนิคมฯอุตสาหกรรมภาคใต้ 1 นิคมฯ 6 โรงงาน การันตีว่าพร้อมเป็นต้นแบบโรงงานคุณภาพที่โดดเด่นด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ทั้งยังมีแนวทางการดำเนินธุรกิจและประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน

ภายในพิธีมอบธงขาวดาวเขียวที่จัดขึ้นเมื่อวันก่อน นายชิเงยูกิ โอกาว่า ประธานกรรมการ บริษัท ไทร์ โมลด์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริดจสโตน หนึ่งในบริษัทที่ผ่านเกณฑ์การประเมินธงขาวดาวเขียวปีนี้ ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี ระบุว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการธงขาวดาวเขียว เพราะนอกจากการดำเนินธุรกิจที่ดีแล้ว บทบาทด้านการช่วยพัฒนาและดูแลแก้ไขปัญหาต่างๆ แก่ชุมชนและสังคมไทย โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลดปริมาณขยะ และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ยังเป็นภารกิจที่เครือบริดจ สโตนยึดมั่นมาตลอด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกันกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างกัน

สอดคล้องกับนางนภาพร มูลเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนพานทองสภาชนูปถัมภ์ จ.ชลบุรี ผู้แทนชุมชนที่รับหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจประเมินโรงงาน เปิดเผยว่า “การที่โครงการธงขาวดาวเขียวเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบนั้น มีส่วนสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ทำให้ชุมชนได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของโรงงานต่างๆ ที่จะดูแลจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นวางใจได้ว่าทุกคนจะสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความปลอดภัย แม้จะอยู่อาศัยในพื้นที่ที่แวดล้อมไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมก็ตาม”

สำหรับการดำเนินงานโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม (ธงขาวดาวเขียว) เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้โรงงานในนิคมฯ ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับชุมชนโดยรอบนิคมฯ  มีคณะกรรมการตรวจประเมินโรงงาน จากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น และชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม ในการติดตามแผนการลดและขจัดมลพิษมีการติดตามประเมินผลเป็นประจำทุกไตรมาส โดยมีหลักเกณฑ์การมอบธงขาวดาวเขียว ซึ่งมีสัญลักษณ์รูปดาวสีเขียว สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่สามารถรักษาระดับมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

Nichaphan W.