fbpx
Friday, February 28Modern Manufacturing

กสอ.ยกระดับ SME สู่ Global ด้วยการตลาดออนไลน์

กสอ. จับมือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติดอาวุธเอสเอ็มอี พร้อมปรับตัวทำตลาดแบบใหม่ เพิ่มช่องทางการขายสินค้าผ่านตลาดออนไลน์ ตั้งเป้าหมาย 30 กิจการ คาดเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ไม่น้อยกว่า 6.3 ล้านบาท



นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)

นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันการค้าแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) ถือว่าเป็นตลาดที่มีอิทธิพลในการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนเงินตราในระบบเศรษฐกิจของประเทศ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของเทคโนโลยี ที่สอดรับกับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยจากสถิติในปี พ.ศ. 2560 – 2561 พบว่ามูลค่ายอดขาย e-commerce ในประเทศไทยเติบโตกว่าร้อยละ 14 มีมูลค่ายอดขายในปี พ.ศ. 2561 พุ่งสูงกว่า 3.2 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้มีผู้สนใจทั้งผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการใหม่ เข้ามาทำการตลาดออนไลน์อีคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดดังกล่าวอย่างเข้มข้น

ทึ้งนี้ กสอ. จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัด “กิจกรรมยกระดับ SME สู่ Global ด้วยการตลาดออนไลน์ e-commerce” เพื่อพัฒนาความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซ และเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอี ให้มีช่องทางการทำตลาดออนไลน์อีคอมเมิร์ซ และมียอดขายเพิ่มขึ้น บนต้นทุนที่ไม่สูง สามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้กับธุรกิจ เกิดการขยายธุรกิจให้เข้มแข็งและเติบโตต่อไป ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวจะช่วยสนับสนุน ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย  ทำให้เกิดการขยายตัวทางด้านการค้าและการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ฐานเศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป

นายภาสกร กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมเพื่อจะเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 และสามารถแข่งขันกับตลาดในปัจจุบันได้ เอสเอ็มอีจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้เกิดแนวทางการทำการตลาดแนวใหม่บนโลกออนไลน์ ซึ่งมีทิศทางการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรูปแบบต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการทำการตลาด ในครั้งนี้เราได้จัดวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้คำปรึกษา

พร้อมทั้งแนะนำเทคนิค กลยุทธ์ในการทำตลาดออนไลน์ระดับสากลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มรายได้จากช่องทางการตลาดออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นภาคการผลิต หรือ ภาคการค้า หรือ ภาคบริการ จำนวน 30 กิจการ ซึ่งคาดว่าหลังจบโครงการจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ของเอสเอ็มอีได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และสามารถลดของเสีย ลดต้นทุน หรือเพิ่มยอดขาย ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 คาดเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ไม่น้อยกว่า 6.3 ล้านบาท

Nichaphan W.