Saturday, October 1Modern Manufacturing
×

ดีพร้อม โชว์ผลสำเร็จ Spearhead ล๊อตแรก

ดีพร้อม  โชว์ผลสำเร็จ Spearhead ล๊อตแรก ปั้นงานวิจัยขึ้นห้าง ตอบโจทย์อุตฯ S-Curve เข้าตา WD ด้วยระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ ASRS พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์    

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำหนดเป้าหมายปฏิรูปประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการใช้นวัตกรรมงานวิจัยเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนความก้าวหน้า โดยได้ดำริโครงการ Spearhead และไว้วางใจให้รับหน้าที่ประธาน Spearhead ด้านเศรษฐกิจ ในประเด็นแผนงานวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และแผนงานระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ ประกอบกับแนวนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการบางส่วนยังประสบปัญหาด้านการจัดการโลจิสติกส์ ด้วยต้นทุนความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

อัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมทุกสัปดาห์ Weekly Report | FactoryNews ep.14

ดีพร้อม ขานรับนโยบายดังกล่าว โดยได้ขับเคลื่อนผ่านจึงได้ขับเคลื่อนผ่านนโยบายดีพร้อมแคร์ (DIPROM CARE) เน้นการเจาะลึกต้นตออุปสรรค์ในภาคอุตสาหกรรม พร้อมการวิจัยหาแนวทางเพื่อยกระดับให้ดีขึ้น (C-Customization) มุ่งเป้าไปที่การพัฒนานวัตกรรมฝีมือคนไทยที่สามารถใช้งานได้จริงกับโลจิสติกส์อุตสาหกรรม สามารถลดข้อผิดพลาดและลดพื้นที่ในการจัดเก็บ เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคลังสินค้าและวัตถุดิบ โดยได้บูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้การนำของ Spearhead ด้านเศรษฐกิจ พัฒนา “ระบบอาคารคลังสินค้าอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ Auto Storage and Retrieval System” หรือ ระบบ ASRS เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้เข้าถึงระบบดังกล่าวภายใต้งบประมาณและสถานที่ที่จำกัด 

สำหรับงานวิจัยในครั้งนี้เป็นการนำวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้กับระบบอาคารคลังสินค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบอุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับระบบอัตโนมัติ ได้แก่ เครนยกสินค้าในแนวสูง ชั้นวางสินค้า (Stacker Crane) ชั้นวางสินค้า (Storage Rack) และโปรแกรมบริหารงานคลังสินค้า (Warehouse Management System) ที่คนไทยพัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ ช่วยยกระดับระบบโลจิสติกส์ในประเทศไทย ซึ่งระบบ ASRS เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ 

นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนาสำหรับผู้ให้บริการออกแบบโซลูชั่น หรือ System Integrator ที่เป็นผู้ประกอบการคนไทยได้ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมในส่วนของคลังสินค้าอัจฉริยะของประเทศ และสามารถพัฒนาก้าวสู่การเป็นผู้นำในการส่งออกเทคโนโลยีระบบ ASRS สู่อาเซียนในอนาคต

ทั้งนี้ ระบบ ASRS ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน ทั้งในด้านต้นทุน และประสิทธิภาพในการผลิตให้กับผู้ประกอบการ พร้อมเร่งผลักดันให้นวัตกรรมทางด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ประสบความสำเร็จ เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ขึ้นห้าง สามารถขายทำกำไรได้จริง ใช้งานได้ดีเยี่ยมทำได้โดยนักวิจัยไทยในประเทศไทย พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดต้นทุนถึงจุดคุ้มทุนเร็ว 

โดยตลอดระยะทางของการวิจัยที่ผ่าน  ทีมงานผู้วิจัยและ บริษัท แม่น้ำเมคคานิกา จำกัด ได้นำผลงานจากโครงการฯ ไปขยายผลทางธุรกิจกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้ว อย่างน้อย 3 ราย และหนึ่งในนั้นคือ บริษัท ดีเอสวี โซลูชั่นส์ จำกัด และยังคงมุ่งมั่นที่จะต่อยอดปรับปรุงระบบจากเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะขยายผลเปิดให้บริการต่อภาคอุตสาหกรรมไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้านในการลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพในส่วนของห่วงโซ่อุปทานในสถานประกอบการ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในการใช้ระบบ ASRS จากฝีมือคนไทย 

ด้านสัมพันธ์ ศิลปนาฎ รองประธาน บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท ได้ใช้ระบบ ASRS จากทีมนักวิจัยคนไทยที่ได้ทุนจาก Spearhead ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี 4.0 ที่จะมาช่วยพัฒนากระบวนการบริหารจัดการคลังสินค้าในทุก ๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นการลดความผิดพลาด ลดต้นทุน ลดการใช้แรงงาน ลดการใช้พลังงาน ซึ่งถือเป็นระบบที่ตอบโจทย์แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างลงตัวอีกด้วย 

โอกาสนี้ Mr.Sam Loke กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอสวี โซลูชั่นส์ จำกัด รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และคุณรุ่งรัตน์ ศิริรัตนาพานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม่น้ำเมคคานิกา จำกัด ร่วมด้วยคณะผู้วิจัย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ได้เยี่ยมชมผลงานระบบ ASRS เนื่องจากระบบ ASRS ส่วนใหญ่ที่มีในปัจจุบัน เน้นเฉพาะโครงการที่มีงบลงทุนสูง และยังใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในประเทศไทยที่เป็น SME 

โดยระบบ ASRS ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้โครงการฯ นี้ มีทั้งแบบ Low Rise ความสูงน้อยกว่า 12 เมตร เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก งบลงทุนต่ำ และแบบ High Rise ความสูง 23 เมตร เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีการเติบโตสูง  ซึ่งการพัฒนา “ระบบ ASRS” นี้จะสามารถช่วยลด

การนำเข้าระบบจากต่างประเทศได้ คาดการณ์ว่าภายใน 5 ปี จะมีมูลค่าความต้องการระบบ ASRS เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Nichaphan W.
Marketing Executive
READ MORE
×