fbpx
Monday, September 21Modern Manufacturing

สสว.ปั้น 5 คลัสเตอร์สิ่งทอ แนวคิด BCG Fashion Lifestyle

สสว.ร่วมกับสถาบันฯ สิ่งทอ ดึง BCG โมเดล ขับเคลื่อน SME เตรียมปั้น 5 คลัสเตอร์สิ่งทอใหม่แนวคิด  BCG Fashion Lifestyle รองรับอุตสาหกรรม S-curve

สสว. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ หนุนสร้างเครือข่าย 5 คลัสเตอร์ เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายใต้แนวคิด BCG Economy Model และการสร้างสรรค์ สู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์ รองรับความต้องการยุคดิจิทัลและการเติบโตของอุตสาหกรรม S-curve

ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า สสว.มีนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SME ไปสู่ศตวรรษที่ 21 และปฏิรูประบบเศรษฐกิจภายใต้โมเดล ไทยแลนด์ 4.0 มุ่งเน้นขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SME ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Early Stage) ผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง (Regular) และกลุ่มพลิกฟื้น (Turn around) ให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 3 มิติ คือ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบดำเนินธุรกิจ (Business Transformation) สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด การผลักดันธุรกิจให้เชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ (Internationalization) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME มีโอกาสเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การเชื่อมโยงให้มีการสร้างสังคมแห่งการทำงานร่วมกันในรูปแบบคลัสเตอร์ (Cluster) และสร้างเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้

โดยในปีนี้ สสว. ได้เร่งดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งได้ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ดำเนินโครงการ สนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2563 หรือคลัสเตอร์ ในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและไลฟ์สไตล์ เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน ภายใต้แนวคิด BCG Fashion Lifestyle โดยถอดแนวคิดจาก BCG Economy Model ประกอบด้วย 3 เศรษฐกิจหลัก ได้แก่  B -> Bio Economy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า C -> Circular Economy ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่เน้นการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ใหม่ ให้เกิดความคุ้มค่าและมีประโยชน์มากที่สุด G -> Green Economy ระบบเศรษฐกิจสีเขียว เน้นการแก้ไขปัญหามลพิษ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำประเทศเข้าสู่ Thailand 4.0 โดยมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม 5 เครือข่ายธุรกิจ ประกอบด้วยเครือข่ายคลัสเตอร์สิ่งทอการกีฬาและนันทนาการ (Sporttech Cluster) คลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยกัญชง (Hemp Fiber Cluster) คลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและไลฟ์สไตล์สำหรับผู้สูงอายุ (Aging Lifestyle Cluster) คลัสเตอร์ชุดเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์สำหรับกิจกรรมสันทนาการแต่งตัวเลียนแบบตัวละคร (Cosplay Cluster) และคลัสเตอร์สิ่งทอหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน (Circular Textile Cluster)





ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า สำหรับ 5 คลัสเตอร์นี้ ถือเป็นดาวเด่นที่สามารถเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการได้ รวมทั้งมีปัจจัยเกื้อหนุน แนวโน้ม และโอกาสทางการตลาด เช่น

คลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและไลฟ์สไตล์สำหรับผู้สูงอายุ กำลังเป็นตลาดใหม่ที่มีขนาดใหญ่และเริ่มมีความต้องการซื้อสูง เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ เพื่อการปกป้อง ดูแลและรักษาสุขภาพ เนื่องจากในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมที่มีผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด

คลัสเตอร์สิ่งทอการกีฬาและนันทนาการ ทางเลือกคนรักการออกกำลังกายที่มาพร้อมเทรนด์แฟชั่น และฟังก์ชั่น เช่น เสื้อผ้ากีฬาดีไซน์สวย สวมใส่สบายระบายเหงื่อได้ดี

คลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เห็นชอบยุทธศาสตร์การส่งเสริมการปลูกบนพื้นที่ราบสูงในประเทศ โดยสามารถพัฒนาเป็นเส้นใยธรรมชาติ แปรรูปเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม หรือ นำมาพัฒนาเป็นชิ้นส่วนยานยนต์

คลัสเตอร์ชุดเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์สำหรับกิจกรรมสันทนาการแต่งตัวเลียนแบบตัวละคร กลุ่มธุรกิจเฉพาะ ที่มีศักยภาพสูง ต้องการองค์ความรู้ ด้านการตัดเย็บ และการเลือกใช้วัสดุที่มีความแปลกใหม่  เช่น ใส่แล้วยับยาก ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้ที่คงทนและการสวมใส่ที่บ่อยแต่ไม่ต้องซัก เป็นต้น

คลัสเตอร์สิ่งทอหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยปฏิรูปแนวคิด กระบวนการด้านการออกแบบ การเลือกใช้วัตถุดิบ เปลี่ยนจากซื้อเป็นเช่า แบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน และนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

ผอ.สถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอ เผยว่า ในการพัฒนา 5 เครือข่ายคลัสเตอร์นั้น จะมีการศึกษาข้อมูลความต้องการของตลาด พร้อมจัดทำแผนงานพัฒนาโดยกำหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์แต่ละคลัสเตอร์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย (Roadmap) ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือและเชื่อมโยง ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการ SME 675 ราย เกิดการสร้างเครือข่ายคลัสเตอร์ พัฒนาผู้นำและผู้ประสานงานคลัสเตอร์ (CDA) พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพเชิงลึก และส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล และต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรม S-Curve ตามนโยบายของภาครัฐได้  หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่  สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ 

Nichaphan W.