Thursday, July 25Modern Manufacturing
×

สสว.ขยายเวลา “SME ปัง ตังได้คืน” อุดหนุนงบสูงสุด 200,000 บาท ต่อราย

สสว.ขยายเวลา “SME ปัง ตังได้คืน” อุดหนุนงบสูงสุด 200,000 บาท ต่อราย

สสว. ขยายระยะเวลาขอรับการอุดหนุนให้ SME 5,000 กว่าราย ได้รับการพัฒนายกระดับมาตรฐาน ผ่านโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS เปิดโอกาส SME เลือกบริการยกระดับมาตรฐานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

สสว.ขยายเวลา “SME ปัง ตังได้คืน” อุดหนุนงบสูงสุด 200,000 บาท ต่อราย

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานภายในงานชี้แจงมาตรการการให้ความช่วยเหลือ อุดหนุน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS “SME ปัง ตังได้คืน” สัญจร เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565ที่ผ่านมา โดยมีหน่วยงานพันธมิตร และผู้ประกอบการในจังหวัดพิษณุโลก และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ร่วมรับฟัง ณ โรงแรม ท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลกว่า  ปัจจุบัน สสว. ได้ขยายระยะเวลาการยื่นข้อเสนอการพัฒนาของผู้ประกอบการบนระบบ BDS ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2566 ขยายคุณสมบัติผู้ประกอบการ และเพิ่มบริการให้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคาดว่า จะทำให้มีจำนวนผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น รวมทั้งมีระยะเวลาการเลือกใช้บริการและมีระยะเวลาในการพัฒนาที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนได้

สสว.ขยายเวลา “SME ปัง ตังได้คืน” อุดหนุนงบสูงสุด 200,000 บาท ต่อราย

Model A แนวคิดรถยนต์บิน eVTOL ดีไซน์สุดล้ำเตรียมส่งมอบปี 2025 | FactoryNews [Full EP.32]

นอกจากนี้ สสว. จะผลักดันมาตรการหลักที่สำคัญของ สสว. และได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ Thai SME GP และโครงการนำร่อง SME One ID ด้วยการพัฒนาระบบ Single Sign One เพื่ออำนวยความสะดวกให้ SME ให้สามารถเข้าถึงการส่งเสริมสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง

“สสว. ได้ออกมาตรการการช่วยเหลือ อุดหนุน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ (Business Development Service) “SME ปัง ตังได้คืน” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ ที่เอสเอ็มอีจะสามารถเลือกรับการบริการ หรือรับการพัฒนากับผู้ให้บริการทางธุรกิจ ในด้านที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจของตนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS (https://bds.sme.go.th/) โดย สสว. จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ SME แบบร่วมจ่าย (co-payment) ในสัดส่วนร้อยละ 50 – 80 กำหนดวงเงินอุดหนุนสูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ โดยจากการเปิดตัวโครงการไปเมื่อกลางปี 2565 สสว. ได้อุดหนุนงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 20 ล้านบาท ซึ่ง สสว. ยังมีงบประมาณที่พร้อมจะอุดหนุนให้แก่เอสเอ็มอี ที่ยื่นข้อเสนอการพัฒนายกระดับมาตรฐานของธุรกิจบนระบบ BDS อีกกว่า 400 ล้านบาท

“ดังนั้นจึงคิดว่า ควรจะจัดกิจกรรมโครงการ “SME ปัง ตังได้คืน” สัญจรไปในจังหวัดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ SME ที่ยังไม่ทราบข้อมูล หรือติดขัดในการขึ้นทะเบียนขอรับงบประมาณอุดหนุนการพัฒนา ได้เข้าถึงโครงการได้มากขึ้น” ผอ.สสว. กล่าว

นายวีระพงศ์ ย้ำอีกว่า สสว. ยังคงเดินหน้ามาตรการ“SME ปัง ตังได้คืน” ในเฟสที่ 2 โดยทราบว่า มีผู้ประกอบการต้องการเข้าร่วมมาตรการอีกจำนวนมาก ดังนั้น สสว. จึงขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการไปจนถึงกันยายน 2566 และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอการพัฒนาได้จนถึง 31 สิงหาคม 2566 รวมทั้งจะเร่งสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการธุรกิจ และเพิ่มบริการใหม่ ๆ ให้มากขึ้น เช่น บริการของโรงงานต้นแบบ หรือ Prototype Plant จากอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ กลุ่ม Micro SME ที่จะสามารถเข้าไปใช้ในการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานในราคาต้นทุนการดำเนินงานไม่สูงและสามารถทำเป็นครั้ง ๆ ได้ หรือ กลุ่ม SE และ SE+ สามารถใช้บริการทดลองเพื่อผลิตสินค้าหรือใช้บริการเครื่องจักร หรือเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อทดสอบการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าและมาตรฐานสูงได้

โดย สสว. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น เช่น ให้ SME ที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2564 สามารถขอรับบริการได้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท สามารถขอรับบริการได้โดยแนบเอกสารรายรับ รายจ่าย และเอกสารการยืนยันสถานะการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ รวมไปถึงการเพิ่มผู้ประกอบการกลุ่ม ME ที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ให้สามารถรับบริการได้ และจะได้รับวงเงินช่วยเหลืออุดหนุนเท่ากับกลุ่ม SE+ คือ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณ ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

นอกจากนี้ สสว. ปรับปรุงการใช้งานในระบบ BDS ให้ง่ายมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงคู่มือ และคลิปสอนการใช้งานเพื่อสะดวกต่อการขอรับบริการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เข้าถึงความต้องการของผู้ประกอบการได้มากขึ้น” นายวีระพงศ์ กล่าว

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS (https://bds.sme.go.th/) โดยมาตรการ SME ปัง ตังได้คืน จะเปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการสามารถยื่นข้อเสนอการพัฒนาได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566ดูรายละเอียดได้ที่ https://bds.sme.go.th/ หรือ โทร. 1301 หรือโทร. 0-2298-3051 หรือที่ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร หรือศูนย์ OSS สสว. ในทุกจังหวัด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับครั้งต่อไป สสว. มีกำหนดการเดินทาง BDS สัญจร ในจังหวัดต่างๆดังนี้

1. นครราชสีมา วันที่ 25 พ.ย. 2565

2. ปทุมธานี วันที่ 2 ธ.ค. 2565

3. เชียงใหม่ วันที่ 17 ธ.ค. 2565

4. ยะลา วันที่ 21 ธ.ค. 2565

Nichaphan W.
PR Marketing
Public Relations Marketing
READ MORE
×