SIEMENS OT Network Cyber Security
SIEMENS OT Network Cyber Security
ระบบตรวจจับแบบไร้สาย

วิธีป้องกัน “อันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักร” ที่คุณควรรู้

Date Post
01.07.2024
Post Views

อุบัติเหตุจากการทำงาน เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น นั่นรวมไปถึงอันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักร ที่มีปัจจัยต่างๆ มากมาย การทำงานอย่างไม่ระมัดระวัง ใช้เครื่องจักรไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไปจนถึงมีผู้เสียชีวิต ฉะนั้นแล้ว การป้องกันเหตุอันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักร จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโรงงานต่าง ๆ อันตรายจากการทำงานกับเครื่องจักรมีสาเหตุใดบ้าง แล้วมีวิธีไหนที่จะช่วยป้องกันอันตรายเหล่านี้ได้ บทความนี้ได้รวบรวมข้อควรระวังต่าง ๆ มาให้คุณแล้ว 

อันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักร มีอะไรบ้าง

จากสถิติของกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม ได้รายงานว่าระหว่างปี 2559 ไปจนถึง 2563 ลูกจ้างพบเจอกับอันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักรสูงเป็นอันดับ 3 ของอันตรายจากการทำงานทั้งหมด ซึ่งในการทำงานกับเครื่องจักรมีสิ่งที่ต้องพึงระวังดังต่อไปนี้

1. อันตรายจากส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักร 

เครื่องจักรหลาย ๆ ชนิด มีส่วนที่เคลื่อนไหวอยู่หลายส่วน เช่น รอก สายพาน เพลา หรือสิ่งที่สัมพันธ์กัน รวมถึงเครื่องมือกล เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการตัด กระแทก หรือดึงอวัยวะของผู้ปฏิบัติงานและทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ เช่น การทำงานกับเครื่องปั๊มโลหะ การขับรถฟอร์คลิฟต์ การใช้ลิฟต์โดยสารและลิฟต์ขนส่งวัสดุ การใช้ปั้นจั่น เป็นต้น

2. อันตรายจากแหล่งกำเนิดพลังงานขับเคลื่อนเครื่องจักร

อย่างไรเสีย เครื่องจักรทุกชนิดก็จำเป็นที่จะต้องมีการจ่ายพลังงานเข้าไป เพื่อให้ตัวเครื่องจักรสามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า เชื้อเพลิง ก๊าซ แสงอาทิตย์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแรงดันลม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ หากไม่ระวังให้ดีแล้ว ก็จะสามารถก่อให้เกิดอันตรายกับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานอยู่ได้เช่นกัน เช่น การถูกช็อตจากกระแสไฟฟ้า การระเบิดจากเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ

3. อันตรายด้านกายภาพ 

เสียงดังจากการทำงานของเครื่องปั๊มโลหะ ความสั่นสะเทือนของเครื่องสกัด (Jack hammer) เครื่องตอกเสาเข็ม แสงจากเครื่องเชื่อม แสงจ้าประเภทต่างๆ ตลอดจนแสงตกกระทบของดวงไฟจากเครื่องจักร หรือแม้กระทั่งความร้อนและความเย็นที่เกิดจากเครื่องจักรทำงาน รวมไปถึงรังสีที่เกิดจากตัวเครื่องจักรเอง สิ่งเหล่านี้ต่างก็เป็นอันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักรที่ส่งผลต่อลูกจ้างได้โดยตรง

4. อันตรายด้านเคมี 

เพราะคนเราอ่อนแอต่อการได้รับสารเคมีต่าง ๆ เข้าไปในร่างกายจำนวนมาก ซึ่งการทำงานกับเครื่องจักรเองก็ก่อให้เกิดสิ่งเหล่านั้น ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก (Inhalable and Respirable Dusts) ละอองน้ำมัน (Oil mists) ก๊าซและไอระเหยของสารเคมี เช่น ไอกรดจากการชาร์ทแบตเตอรีสำหรับรถยกไฟฟ้า ไอระเหยของของเหลวไวไฟ แอลกอฮอล์ ฯลฯ และฟูมโลหะ (Metal Fume) เช่น ฟูมตะกั่ว ปรอท เป็นต้น

 5. ด้านการยศาสตร์

เชื่อหรือไม่ว่าปัญหาด้านการยศาสตร์นั้นเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ส่งผลต่อการทำงานในระยะยาว และเป็น “ภัยเงียบ” ที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากการทำงานในโรงงานมักไม่ได้มีการออกแบบเครื่องจักร และอุปกรณ์ให้เอื้อต่อสุขภาพของผู้ใช้งานมากเท่าใดนัก การทำงานในระยะยาว และงานที่ใช้เวลาครั้งละมากๆ มีแนวโน้มทำให้เกิดอาการปวดเอว ปวดหลัง อักเสบ ไปจนถึงอาการอื่น ๆ ได้อีกมากมาย

ตัวอย่างที่พบได้ทั่วไปคือ การติดตั้งเครื่องจักรที่สูงเกินไป ต่ำเกินไป การนำอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานมาติดตั้งแทนที่นั่งหรือพนักพิง ที่อาจทำให้ทำงานได้ลำบาก สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานได้โดยไม่รู้ตัว

รวมสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักร

สาเหตุเกิดจากผู้ปฏิบัติงาน

  1. การแต่งกายไม่รัดกุม การสวมเครื่องแต่งกายที่รุ่มร่าม มีเครื่องประดับมากมาย มักเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในการทำงานกับเครื่องจักรได้ และอาจทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวร้ายแรงกว่าที่คาดการณ์อีกด้วย
  2. ขาดความตระหนักในการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล คนจำนวนไม่น้อยมองว่าการทำงานไม่สะดวก มีความรู้สึกเกะกะในขณะใช้งานเครื่องจักร ซึ่งการขาดอุปกรณ์สวมใส่ หรือใช้งานอุปกรณ์ผิดประเภทอาจทำให้รับมือได้ยากเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
  3. สภาพร่างกายของผู้ปฏิบัติงานไม่พร้อมที่จะทำงาน การขาดการพักผ่อน ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา รวมถึงความประมาท ทำให้ขาดสมาธิในการทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุได้
  4. การขาดการฝึกอบรมการใช้งานที่ถูกต้อง การทำงานกับเครื่องจักรต่าง ๆ ต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้อง การใช้งานเครื่องจักรโดยไม่มีความรู้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้

สาเหตุจากสภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์

  1. เครื่องจักรชำรุด รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ประกอบ เช่น น็อตหลวม แท่นเครื่องหลวมคลอนไม่แน่น สายพานใกล้จะขาด เป็นต้น
  2. เครื่องจักรขาดระบบเซฟตี้การ์ด และการใช้เครื่องจักรที่ไม่มีระบบป้องกันอันตราย จะทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ปฏิบัติงานได้ 

สาเหตุจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน

  1. ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยในบริเวณปฏิบัติงาน มีวัสดุกีดขวางในระหว่างปฏิบัติงาน สร้างความลำบากในการปฏิบัติงานของลูกจ้าง
  2. สภาพโดยรอบมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้ลูกจ้างในสถานที่ปฏิบัติงานมองเห็นไม่ได้ดีเท่าที่ควร
  3. สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังโดยไม่มีการป้องกัน จะทำให้ความสามารถในการรับฟังไม่ดีพอ เกิดการสื่อสารผิดพลาด ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
  4. สถานที่ปฏิบัติงานมีเนื้อที่คับแคบ ไม่มีความสะดวกในการปฏิบัติ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
  5. การระบายอากาศไม่ได้มาตรฐาน และการขจัดกลิ่นควันหรือไอพิษไม่ดีพอ ทำให้เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้หรือสารเคมีที่ระเหยได้รั่วไหล จะไม่สามารถระบายออกได้ทัน
  6. สถานที่ปฏิบัติงานไม่มีทางหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉิน ตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้เมื่อเกิดเหตุจำเป็นที่ต้องใช้ทางหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉิน จะไม่สามารถอพยพได้ทัน
  7. ขาดระบบป้องกันอัคคีภัย และอุปกรณ์ดับเพลิงที่ถูกต้อง ตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ จะไม่สามารถควบคุมการลุกลามของไฟได้
  8. ขาดการป้องกันระบบไฟฟ้าที่เหมาะสม ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้ลูกจ้างประสบเหตุจนเสียชีวิต หรือลุกลามไปจนเกิดเป็นเหตุเพลิงไหม้ได้

ป้องกันอันตรายจากการทํางานกับเครื่องจักร ทำยังไงเพื่อเซฟตี้พนักงานให้ปลอดภัย

  1. ใช้เครื่องจักรด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามคู่มือหรือขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
  2. ห้ามใช้เครื่องจักร โดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำหรือได้รับการอบรมมาก่อน
  3. ห้ามถอดอุปกรณ์นิรภัยหรือที่ครอบเพื่อป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรออกเด็ดขาด
  4. พนักงานทุกคนต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมในการทำงานกับเครื่องจักร
  5. ระมัดระวังอย่าให้มือหรือส่วนใดของร่างกายเข้าใกล้จุดหมุน จุดหนีบ หรือส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักร เพราะอาจเกิดอันตรายขึ้นได้
  6. พนักงานที่ปฏิบัติงานกับเครื่องจักร จะต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่กระชับ ไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับเพราะอาจถูกเครื่องจักรดึงหรือหนีบได้
  7. ในขณะที่เครื่องจักรกำลังทำงาน ห้ามปรับแต่ง ทำความสะอาด หรือพยายามดึงชิ้นงานที่ติดขัดออก โดยที่ตัวเครื่องจักรยังไม่ได้หยุดทำงานทั้งหมด
  8. ในขณะที่ทำการซ่อมแซม ตรวจสอบ หรือแก้ไขเครื่องจักร ให้แขวนป้ายเตือน และใส่กุญแจล็อคตลอดเวลา
  9. ทำเครื่องกำบังสำหรับเครื่องจักรที่มีจุดหมุน จุดเหวี่ยง หรือจุดเคลื่อนไหว หรือทำแผงกันเพื่อแยกคนกับเครื่องจักรออกห่างจากกันหากทำได้
  10. ทำระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ interlock เช่นหากพนักงานยื่นมือเข้าไปภายในบริเวณจุดอันตราย ระบบเซนเซอร์ก็จะตัดการทำงานของเครื่องจักรทันที
  11. หากพบว่าเครื่องจักรหรืออุปกรณ์นิรภัย ที่ครอบป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรชำรุด หรือได้รับความเสียหาย ให้รีบแจ้งหัวหน้างานทันที และไม่ควรปฏิบัติงานต่อ
  12. ทุกครั้งก่อนปฏิบัติงาน จะต้องมีการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องจักรไม่มีการชำรุด เสียหาย และมีสภาพดีพร้อมใช้งาน

การป้องกันอันตรายจากการที่ลูกจ้างของโรงงานต้องทํางานกับเครื่องจักร เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ที่โรงงานต้องพึ่งระลึก และรณรงค์พนักงานในฝ่ายปฏิบัติการณ์ของตน ให้ปฏิบัติตามระเบียบการป้องกันในการทำงานอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการเกิดอันตรายจากการที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรให้ได้มากที่สุด เพราะเหตุไม่คาดฝันเหล่านี้ นอกจากจะทำให้ลูกจ้างของเราต้องเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตหรือพิการแล้ว ตัวโรงงานเองก็มีสิทธิที่จะถูกฟ้องร้องถึงมาตรการการป้องกันอุบัติเหตุภายในตัวโรงงานด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่า มีแต่ผลเสียเท่านั้นที่รออยู่เลยนั่นเอง


ซึ่งอีกหนึ่งทางที่จะป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการทำงานจากเครื่องจักรได้ คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนอะไหล่ภายในตัวเครื่องจักรหรือบำรุงรักษา หรือทราบความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ระบบตรวจจับแบบไร้สาย (Wireless Sensing Solution) ของ Murata สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานแบบไร้สาย ทำให้นอกจากจะสามารถได้ข้อมูลสภาพเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังไม่จำเป็นจะต้องเดินระบบสายเคเบิลต่าง ๆ ให้ยุ่งยากอีกด้วย หากสนใจ สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลและดูตัวสินค้าได้ที่ เว็บไซต์ของทาง Murata ได้เลย

ติดต่อทีมงานขาย Thai Murata Electronics Trading, Ltd.

คุณเดชไชยนันท์ สอนโกษา (ทิว)
วิศวกรฝ่ายขาย
โทร: 080-142-0057 

คุณรชธร เอกนิตยบุญ (ปุ้)
วิศวกรฝ่ายขาย 
โทร: 081-132-4462  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Modern Manufacturing
  นำเสนอข่าวสารความรู้รอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต เพื่ออุตสาหกรรมไทยก้าวหน้าด้วยวิทยาการสมัยใหม่และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
Thai NS Solution