Friday, February 3Modern Manufacturing
×

ที่มาภาพในอวกาศสุดคมชัด กล้องโทรทรรศน์ James Webb สร้างจากอะไร ?

ที่มาภาพในอวกาศสุดคมชัด กล้องโทรทรรศน์ James Webb สร้างจากอะไร ?

ในช่วงนี้ใครที่กำลังติดตามข่าวสารจาก NASA อยู่ ก็คงจะได้เห็นชุดรูปภาพในอวกาศที่น่าอัศจรรย์จากกล้อง James Webb ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดนับตั้งแต่ที่มนุษย์เคยผลิตขึ้นมา

ที่มาภาพในอวกาศสุดคมชัด กล้องโทรทรรศน์ James Webb สร้างจากอะไร ?
ที่มาภาพในอวกาศสุดคมชัด กล้องโทรทรรศน์ James Webb สร้างจากอะไร ?

ซึ่งหากใครที่เห็นภาพอวกาศแสนงดงามเหล่านี้แล้วเกิดสงสัยขึ้นมา ว่ากล้อง James Webb นี้มีความแตกต่างและพิเศษจากกล้องแบบอื่นอย่างไร ตั้งแต่การผลิตและวัสดุที่ใช้ วันนี้ Modern Manufacturing ก็จะมานำเสนอให้ทุกท่านได้รู้เอง

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb Space Telescope ถูกส่งออกสู่อวกาศเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ได้รับการตั้งชื่อตาม James Edwin Webb ผู้ขึ้นชื่อจากการช่วยชี้นำยาน Apollo ที่พามนุษย์คนแรกลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ตัวกล้องมีขนาดสูงประมานตึก 3 ชั้น และมีความยาวพอ ๆ กับสนามเทนนิส ! ทำให้ในการปล่อยตัวออกสู่อวกาศนั้น กล้อง James Webb ต้องถูกพับเอาไว้เพื่อให้พอดีกับจรวด แล้วจึงค่อยกางออกเมื่ออยู่ในอวกาศ

กล้อง James Webb รับภาพที่มีความคมชัดสูงได้อย่างไร ?

ด้วยกระจกรับแสงที่เป็นหัวใจหลักของการทำงานนั้น กล้อง James Webb ประกอบไปด้วยกระจกเบริลเลียม (Beryllium) ทรง 6 เหลี่ยมจำนวน 18 ชิ้น เบริลเลียมนั้นเป็นธาตุโลหะหายาก ซึ่งในกระบวนการสกัดออกมาในการผลิตเองก็ทำได้ยากเช่นกัน เบริลเลียมเป็นธาตุที่มีความอ่อนนุ่มและความหนาแน่นต่ำ นิยมใช้ผสมกับโลหะอื่น ๆ เพื่อใช้ในการผลิตสปริง ไจโรสโคป และเครื่องมือที่ไม่เกิดประกายไฟ

กระจกเบริลเลียมเหล่านี้ทำหน้าที่รับและโฟกัสแสงจากดวงดาวรอบข้าง มีน้ำหนักรวมมากถึง 705 กิโลกรัม กระจกแต่ละแผ่นถูกเคลือบด้วยแผ่นทองคำหนา 100 นาโนเมตร (0.0001 มิลลิเมตร) ใช้ทองคำรวมทั้งหมด 48 กรัม เพื่อช่วยสะท้อนคลื่นอินฟาเรด และโฟกัสแสงจากวัตถุที่อยู่ไกลออกไป

ที่มาภาพในอวกาศสุดคมชัด กล้องโทรทรรศน์ James Webb สร้างจากอะไร ?
กระจกเบริลเลียมเคลือบทองคำที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกล้อง Janes Webb ที่มาภาพ : Nasa

และกล้อง James Webb ยังมีฉากกันแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ที่ทำมาจากซิลิคอนและแคปตอนเคลือบอะลูมิเนียม ทำให้ช่วยรักษาอุณหภูมิของกระจกรับแสงและเครื่องมือวัดให้ต่ำกว่า −223 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งในส่วนของแผ่นกันที่หันเข้ารับแสงอาทิตย์นั้นจะมีความร้อนสูงถึง 315 องศาเซลเซียส

กล้อง James Webb ยังประกอบไปด้วยเครื่องมืออื่น ๆ เช่น ระบบเซ็นเซอร์นำทางความละเอียดสูง กล้องถ่ายและวัดคลื่นอินฟาเรด ที่สามารถวัดความยาวคลื่นแสงได้ตั้งแต่ 0.6 ถึง 28.8 ไมโครเมตร พร้อมสเปคโตรกราฟที่สามารถตรวจจับออกซิเจนและโมเลกุลของสารอินทรีย์อื่น ๆ ในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบใกล้เคียงได้ ทำให้กล้อง James Webb สามารถช่วยประเมินความเป็นไปได้ในการอยู่อาศัยของดาวเคราะห์ดวงอื่น และช่วยตรวจหาสิ่งมีชีวิตอื่นในจักรวาลได้อีกด้วย

กล้อง James Webb ใช้พลังงานจากอะไรในอวกาศ ?

จากการที่กล้อง James Webb นั้นทำงานไกลจากวงโคจรของโลกประมาณ 1,500,000 กิโลเมตร ด้วยระยะทางขนาดนี้ทำให้การดูแลซ่อมแซมหรือการต่อเติมหลังจากการปล่อยตัวกล้องโทรทรรศน์ไปแล้วไม่สามารถเป็นไปได้ การเติมหรือเปลี่ยนแหล่งพลังงานของกล้องเองก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน ในการออกแบบแหล่งพลังงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศขึ้นมานั้น เหล่าวิศวกรจึงต้องใช้แหล่งพลังงานที่มีอยู่แม้แต่ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ พลังงานแสงอาทิตย์นั่นเอง

กล้องโทรทรรศน์ James Webb ใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งในตัว ซึ่งสามารถให้พลังงานได้สูงกว่า 2,000 วัตต์ตลอดอายุภารกิจของกล้องในอวกาศ และยังมีระบบขับเคลื่อนเพื่อช่วยในการรักษาวงโคจรและองศาของกล้อง ซึ่งมีเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการทำงานไปอีกอย่างน้อย 10 ปี

ที่มาภาพในอวกาศสุดคมชัด กล้องโทรทรรศน์ James Webb สร้างจากอะไร ?
ภาพที่ได้รับกลับมาจากกล้อง James Webb Space Telescope ที่มาภาพ : Nasa

การลงทุนอันยิ่งใหญ่ เพื่อการสำรวจและความก้าวหน้าของมนุษย์

ด้วยการลงทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (18,297,500,000 บาท) และการออกแบบและพัฒนามาอย่างยาวนานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 ของเหล่านักวิทยาศาสตร์และวิศวกรระดับชั้นนำของโลก กล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์สามารถทำการรวบรวมข้อมูลและสำรวจอวกาศไปได้อย่างง่ายดายและก้าวหน้าขึ้น ทั้งนี้ภาพที่ได้จากกล้อง James Webb ก็สามารถหาดูได้จากทางเว็บไซต์ของ NASA ได้โดยตรง ใครที่สนใจอยู่ก็อย่าลืมแวะเข้าไปดูภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของจักรวาล ที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศนี้กันนะครับ

Jirapat R.
"To see the world, things dangerous to come to, to see behind walls, draw closer, to find each other, and to feel. That is the purpose of life."
- The Secret Life of Walter Mitty
READ MORE
×