Monday, June 24Modern Manufacturing
×

ปตท. เคาะให้ส่วนลดราคา NGV รอบใหม่ และขยายสิทธิ์ช่วยเหลือ 

ปตท. เคาะให้ส่วนลดราคา NGV รอบใหม่ และขยายสิทธิ์ช่วยเหลือ 

ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท.  มีมติเห็นชอบให้ส่วนลดราคาก๊าซ NGV สำหรับกลุ่มรถแท็กซี่และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ พร้อมเปิดขยายการช่วยเหลือกลุ่มรถแท็กซี่และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ

ปตท. เคาะให้ส่วนลดราคา NGV รอบใหม่ และขยายสิทธิ์ช่วยเหลือ 

ม.ล. ปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2566 มีมติเห็นชอบให้ส่วนลดราคาก๊าซ NGV สำหรับกลุ่มรถแท็กซี่และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ โดยจำหน่ายที่ราคา 14.62  บาท/กิโลกรัม และ 18.59 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นส่วนลดราคา NGV ณ เดือนมิถุนายน 2566 

ปตท. เคาะให้ส่วนลดราคา NGV รอบใหม่ และขยายสิทธิ์ช่วยเหลือ 

[Part 2 ]คุยกับตัวจริงเรื่อง Terminal Block จาก TOYOGIKEN | K.P.T Machinery

สำหรับกลุ่มแท็กซี่ที่ประมาณ 5.52 บาท/กิโลกรัม และส่วนลดรถโดยสารสาธารณะประมาณ 1.55 บาท/กิโลกรัม จากราคาขายปลีก NGV ตามโครงสร้างที่ภาครัฐกำหนดประมาณการเฉลี่ยที่ 20.14 บาท/กิโลกรัม โดยการช่วยเหลือกลุ่มรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2566 จนถึงสิ้นปี 2566 รวมวงเงินการช่วยเหลือตลอดปี 2566 กว่า 6,000 ล้านบาท  โดยราคานี้เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิง LPG และดีเซลที่ค่าความร้อนเดียวกัน  ก๊าซ NGV จะถูกกว่าถึง 24% และ 44% ตามลำดับ 

ทั้งนี้ ปตท. มุ่งหวังว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้  จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าพลังงานแก่กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ ได้แก่ กลุ่มรถแท็กซี่ NGV และรถโดยสารสาธารณะ NGV ทั่วประเทศให้ได้รับสิทธิประโยชน์นี้ พร้อมเปิดขยายการช่วยเหลือกลุ่มรถแท็กซี่และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ  โดยผู้ขอรับสิทธิ์ประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สามารถลงทะเบียนออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน –6 สิงหาคม 2566 และกรณีบุคคลธรรมดา ขอให้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติมที่ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2566 โดยสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครเพิ่มเติมได้ที่ Line OA : PTT NGV เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดที่สถานีบริการ NGV ปตท. ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ยึดมั่นพันธกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมเป็นแรงสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 ถึงปัจจุบัน ได้ใช้งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบของภาคประชาชนจากวิกฤตโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาทิ การสำรองน้ำมันเพื่อป้องกันการขาดแคลนในภาวะวิกฤติ การตรึงราคา NGV การช่วยเหลือราคา LPG แก่หาบเร่แผงลอยผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การสนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมัน และการขยายเทอมการชำระเงินแก่ กฟผ. เพื่อลดภาระค่า FT  เป็นต้น

Nichaphan W.
PR Marketing
Public Relations Marketing
READ MORE
×