Thursday, December 1Modern Manufacturing
×

การผลิตเหล็กยุคใหม่จากสวีเดน เหล็กกล้าสีเขียวที่ลดโลกร้อนได้

ความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กกำลังจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการคิดค้นเหล็กกล้าสีเขียว หรือกรีนสตีล (Green steel) จากประเทศสวีเดน เพื่อช่วยในการผลิตเหล็กโดยไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา

ในเมืองลูเลีย (Luleå) ทางตอนเหนือของสวีเดน หลาย ๆ บริษัทได้ร่วมมือกันเพื่อดำเนินการ ยกระดับการทำงานในอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก และทำให้การใช้งานถ่านหินในการผลิตเหล็กกลายเป็นเรื่องล้าสมัย ด้วยการเปลี่ยนมาใช้งานไฮโดรเจนที่กักเก็บไว้ใต้ดินแทน

โรงกักเก็บไฮโดรเจนใต้ดินแห่งแรกของโลก !

โรงกักเก็บต้นแบบนั้นได้เริ่มทดลองเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยบริษัทเหล็ก SSAB, บริษัทเครื่องลำเลียงแร่เหล็ก LKAB และบริษัทผู้จัดหาพลังงาน Vattenfall ได้ร่วมกันดำเนินการติดตั้งขึ้น โรงกักเก็บไฮโดรเจนต้นแบบนี้ถูกฝังลึกลงไป 30 เมตรใต้ดินและถือได้ว่าเป็นแห่งแรกของโลกเรา

การใช้งานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ช่วงทดสอบ 2 ปี เพื่อทำความเข้าใจว่าการจัดเก็บไฮโดรเจนในสเกลขนาดใหญ่จะสามารถทำงานได้อย่างไร ความจุของโรงจัดเก็บไฮโดรเจนในปัจจุบันคือ 100 ลูกบาศก์เมตร ในขณะที่พื้นที่โรงกักเก็บอื่น ๆ ที่วางแผนในอนาคต อาจมีความจุตั้งแต่ 100,000 – 120,000 ลูกบาศก์เมตรเลยทีเดียว

การร่วมมือของ 3 บริษัทเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโลก

บริษัท SSAB, LKAB และ Vattenfall ต่างก็ร่วมกันในโครงการ Hybrit initiative ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อช่วยกันหาหนทางในการผลิตเหล็กโดยไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และเปลี่ยนจากการใช้งานเตาหลอมและถ่านหินที่ก่อให้เกิดก๊าซ Co2 ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม มาใช้งานไฮโดรเจนแทน

แนวคิดเหล็กกล้าสีเขียว Green steel ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่มาภาพ : MachinenMarkt

และด้วยการดำเนินการนี้ทำให้ทางสวีเดนได้ผลิตเหล็กรูปแบบใหม่ ในชื่อ เหล็กกล้าสีเขียว หรือ กรีนสตีล (Green steel) ซึ่งเป็นชื่อเรียกของเหล็กที่ถูกผลิตขึ้นโดยไม่มีการใช้ถ่านหินหรือเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้ามาเกี่ยวข้องในการถลุง แต่ใช้ไฮโดรเจนเข้ามาแทน

ด้วยการริเริ่มนี้ทำให้ทางสวีเดนมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซ Co2 ในประเทศลงได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และสวีเดนยังมีเป้าหมายในการนำกรีนสตีลทั้งหมดออกสู่ตลาดในระดับอุตสาหกรรมให้ได้ภายในปีพ.ศ. 2569 อีกด้วย

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Jirapat R.
"To see the world, things dangerous to come to, to see behind walls, draw closer, to find each other, and to feel. That is the purpose of life."
- The Secret Life of Walter Mitty
READ MORE
×