Saturday, October 21MM Thailand

Lean Supply Chain Management กับความสำเร็จของ Toshiba และ Fujitsu

1,198 Views

ตามที่ท่านได้รู้ว่า “ระบบลีน” (Lean) นั้นได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในภาคการผลิต ความหมายของ Lean คือ การมุ่งที่จะลดความสูญเปล่าของการใช้ทรัพยากรภายในกระบวนการ โดยแนวคิดของลีนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

สำหรับการขจัดความสูญเปล่าของ Lean นั้น จะมีคำ 3 คำที่คุ้นหู คือ Muda, Mura และ Muri โดย Muda คือการที่องค์กรดำเนินกิจกรรมหรือสร้างสรรค์สิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการ ส่วน Mura คือ ความผันแปรที่เกิดขึ้นของความต้องการสินค้าในกระบวนการผลิต และ Muri คือการที่คนงานและเครื่องจักรทำงานหนักเกินไป

Lean Supply Chain Management กับความสำเร็จของ Toshiba และ Fujitsu

ในที่นี้จะขอกล่าวถึง บริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Toshiba Corporation) ที่ปัจจุบันมีพนักงานกว่าสองแสนคน และมียอดขายสูงถึงกว่า 74 พันล้านเหรียญสหรัฐ

วิสัยทัศน์ของโตชิบา คือ “การเพิ่มศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยอุทิศให้กับความสำเร็จขององค์กรและความเฟื่องฟูอันยืนยาว” ตลอด 137 ปีจากวันก่อตั้งบริษัท โตชิบาได้ผ่านเรื่องราวแห่งความสำเร็จมามากมาย ทางบริษัทฯ สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว การลดต้นทุนจากการจัดจ้างจากภายนอก (Outsourcing) และมีการตอบสนองความต้องการแฝงของลูกค้า (Latent Customer Needs) อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลาดของโทรทัศน์หลังปี 2000 เป็นต้นมามีการแข่งขันกันสูงมาก มีการตัดราคา อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกนำเสนอออกมา ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมวงการเลยก็ว่าได้ อาทิเช่น จอแบบพลาสมา และล่าสุดคือ อินเตอร์เน็ททีวี

ผู้เชี่ยวชาญในวงการธุรกิจได้กล่าวว่า การที่องค์กรใดๆ จะประสบความสำเร็จควรจะเลือกกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งระหว่างลีน (Lean) และการสร้างนวัตกรรม (Innovation) ซึ่งโตชิบาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการเติบโตของบริษัทฯ นั้นเป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์ทั้งสองร่วมกันนั่นเอง (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ koreatimes.co.kr)

Bill Kerber ผู้เชี่ยวชาญด้านโซ่อุปทานได้กล่าวว่า ระบบ Lean มุ่งที่จะขจัดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นและเน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Supply Chain Management มีแนวทางที่สำคัญคือการสร้างพันธมิตรเพื่อลดต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบ การลดระดับสินค้าคงคลังภายในโซ่อุปทาน การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อรักษาระดับการให้บริการลูกค้า

Bill Kerber ได้ยกประเด็นที่น่าสนใจนั่นคือ “การลดต้นทุนให้ต่ำที่สุดแต่ยังคงสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้านั้นเป็นหลักของโซ่อุปทาน ไม่เหมือนกับการเน้นขจัดความสูญเปล่าของ Lean” เมื่อพิจารณาจากการนำเสนอสินค้าทั่วๆ ไปออกสู่ตลาด เราจะเห็นได้ว่าลูกค้ามักพิจารณาซื้อสินค้าจากคุณค่าที่เพิ่มขึ้น (Value-added)

ส่วนฟังก์ชั่นงานที่ไม่เพิ่มมูลค่า (Non Value-added Activities) ที่จำเป็นบางอย่างก็ควรถูกแฝงอยู่ในสินค้าและบริการอยู่บ้าง เพราะหากฟังก์ชั่นงานเหล่านั้นถูกตัดออกแล้วสุดท้ายเกิดความผิดพลาด ทำให้ลูกค้าผิดหวังหรือเกิดอันตรายต่อการใช้สินค้าและบริการ ก็จะส่งผลเสียต่อความมั่นใจต่อองค์กรได้

ขอยกตัวอย่างการตรวจเช็คสภาพรถทั้งระบบในส่วนของเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง และระบบเบรคทุกครั้งก่อนการปล่อยรถของบริษัทขนส่ง อาจจะทำให้เสียเวลาและดูว่าเป็นงานที่จะไม่เพิ่มมูลค่าอะไร เมื่อวิเคราะห์ให้ดีจะเห็นว่าถ้าลดขั้นตอนการตรวจเช็คดังกล่าวออกไปแล้ว หากรถไปเสียกลางทางหรือรถเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็จะทำให้เสียชื่อเสียงและลูกค้าจะไม่กลับมาใช้บริการอีกในอนาคต

Womack และ Jones ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Lean ได้เน้นย้ำว่าผู้บริหารที่จะประยุกต์ใช้ระบบ Lean ให้มองใน 3 ส่วนเป็นหลัก นั่นคือ วัตถุประสงค์ กระบวนการ และคน โดยผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า มีการประเมินผลกระบวนการสร้างคุณค่า ตลอดจนมีหน่วยงานที่ติดตามสมรรถนะของการทำงานอยู่เสมอ

เมื่อองค์กรพิจารณาถึงคุณค่าที่จะส่งมอบให้กับลูกค้า เครื่องมือที่สามารถถูกนำมาใช้ได้นั่นคือ “Value Stream” ซึ่ง Drew A. Locher ได้ให้ความหมายคำๆ นี้ไว้ว่า “เป็นการดำเนินการต่างๆ ซึ่งช่วยนำพาผลิตภัณฑ์และบริการผ่านกระบวนการจัดการ โดยทางองค์กรสามารถมุ่งดำเนินการใน 3 ด้าน เพื่อว่าการบริหาร Value Stream ในโซ่อุปทานขององค์กรให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้แก่ (1) การแก้ปัญหา (Problem Solving) สำหรับการออกแบบ (2) การจัดการข้อมูล (Information Management) และ (3) การผลิตสินค้า (Production Processes)”

ในขณะที่กิจกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Activities) และการจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) กำลังถูกให้ความสำคัญอยู่ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันนั้น รูปแบบของการจัดการอีกอันที่มีความโดดเด่นอย่างมากและควรนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรของท่านผู้อ่าน นั่นคือ “Lean Supply Chain Management” ซึ่งเป็นการนำระบบ Lean เข้ามาใช้กับการบริหารงานโซ่อุปทาน

การที่จะประสบความสำเร็จในส่วนของ Lean Supply Chain Management นั้น องค์กรจำเป็นที่จะต้องสร้างความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์เพื่อให้เกิดความร่วมมือกัน เพราะจะช่วยให้ต้นทุนในการผลิตและต้นทุนในส่วนของการติดต่อประสานงานลดลงอีกด้วย

นอกจากนั้น องค์กรยังสามารถไปมุ่งเน้นที่ความสามารถหลักของตน (Core Competency) ตลอดจนค้นคว้านวัตกรรมใหม่ต่อไป หากความสัมพันธ์นี้มีความแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ก็จะส่งผลให้เกิดความรุดหน้าด้านเทคโนโลยี มีความรู้ที่กว้างขวางในการนำเสนอฟังก์ชั่นของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเพิ่มทางเลือกในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า คอร์ปอเรชั่น (TMC) ได้ตั้งศูนย์ฝึกอบรมที่มีชื่อว่า “Customer First Training Center” เพื่อตอบสนองต่อปรัชญาล่าสุดของโตโยต้า นั่นคือ “Customer First Spirit Delivers Quality ซึ่งเป็นการยึดมั่นว่าลูกค้านั้นเป็นที่หนึ่งและเพื่อส่งผ่านคุณภาพ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าโตโยต้าคือแบบฉบับของการใช้ระบบ Lean ซึ่งหลายองค์กรในธุรกิจต่างๆ ได้พยายามสร้างวัฒนธรรม Lean ภายในองค์กรของตนขึ้นเช่นกัน

สำหรับฮอนด้า (HONDA) มีพันธกิจ คือ “ฮอนด้ามุ่งที่จะส่งมอบคุณภาพสูงสุด ที่ราคาสมเหตุสมผลสำหรับความพึงพอใจของลูกค้าทั่วโลก”

ส่วนนิสสัน (Nissan) ก็มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล นั่นคือ “Enriching People’s Lives” ซึ่งเป็นการมุ่งที่จะส่งมอบคุณค่าที่ดีต่อการดำรงชีวิตของผู้คน

มากกว่านั้น Carlos Ghosn ประธานบริษัทและกรรมการบริหารของนิสสันได้เน้นย้ำว่า “พลังของพนักงานทุกคนอยู่ในตัวพวกเขาเอง” เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนในองค์กรส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าแนวปฏิบัติของโตโยต้า ฮฮนด้า และนิสสัน จะสอดคล้องกับหลักของ Lean Supply Chain Management ที่กล่าวมาแล้วเบื้องต้นอยู่เช่นกัน

Fujitsu กับการใช้ Lean Supply Chain Management

ฟูจิสึ (Fujitsu) เป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีสื่อสารและข้อมูลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น โดยมีพนักงานมากกว่า 170,000 คน เมื่อสิ้นปีบัญชี 2011 ทางบริษัทฯ มีรายได้กว่า 54 พันล้านเหรียญสหรัฐ

เป็นที่น่าสนใจว่าทางบริษัทได้ทุ่มค่าใช้จ่ายทางด้าน R&D สูงถึง 2.9 พันล้านเหรียญฯ ทำให้เห็นได้ว่าบริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันกันสูงทั้งด้านผลิตภัณฑ์และราคา

ฟูจิสึ นับได้ว่ามีความโดดเด่นมากในยุโรป เพื่อให้เกิดการปรับปรุงด้านบริการอย่างต่อเนื่อง และสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในการตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ฟูจิสึ ได้นำระบบ Lean, Kaizen และ Six Sigma มาใช้ภายในองค์กร นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้มีการประยุกต์ใช้ Lean Supply Chain Management ร่วมด้วย

Paul Fraser ผู้บริหารของบริษัทด้านโลจิสติกส์ของฟูจิสึ เปิดเผยว่า “ทางบริษัทฯ ได้มุ่งที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของกระบวนการทำงานตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และลูกค้าผ่านการใช้ระบบ Lean โดยที่โครงการ Lean ของบริษัทฯ ได้ถูกเรียกว่า ‘The TIC Way’ ซึ่งเน้นที่การมองรากของปัญหา (Problem Solving) และมีการวัดสมรรถนะการทำงาน (Work Performance Assessment) อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทฯ มีความเข้าใจในตัวลูกค้านั่นก็ยิ่งส่งผลให้บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้นำที่มีความพร้อมในการเตรียมเครื่องมือและวิศวกรผู้ชำนาญเสมอมา”

ความมุ่งมั่นที่จะจัดการโซ่อุปทานนั้นช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในโซ่อุปทาน มีการสื่อสารถึงกันตลอดเวลา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นซึ่งกันระหว่างองค์กรในการเตรียมสต็อกสินค้าและเสนอบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

แน่นอนว่าเมื่อมีการนำระบบ Lean เข้าไปใช้ในโซ่อุปทาน ความสูญเปล่าทั้งหลายภายในกระบวนการก็จะลดลงไปด้วย ดังนั้น เมื่อบริษัทของไทยได้มีการประยุกต์ใช้หลักของ Lean Supply Chain Management ก็จะมีส่วนช่วยให้มีความพร้อมต่อการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ใน ปี พ.ศ.2558 มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Related Post

MM Thailand on FacebookMM Thailand on Youtube
MM Thailand
 
นำเสนอข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการนำเสนอสาระ ข้อมูล ข่าวสารและบทความ ที่หลากหลายและครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม
Menu
MM Thailand